การเปิดรับสื่อต่างๆ และข้อความสาระสําคัญ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”กับการปรับพฤติกรรมในการป้องกันโรคติดต่อจากอาหารและน้ำ
Main Article Content
บทคัดย่อ
โรคติดต่อจากอาหารและน้ํา ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอหิวาตกโรค เป็นสาเหตุการคร่าชีวิต ประชาชนได้ตั้งแต่อดีต และเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี กระทรวงสาธารณสุข พยายามรณรงค์ให้เกิดพฤติกรรมป้องกันโรคนี้ ด้วยการใช้ข้อความสาระ สําคัญว่า “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” มาโดยตลอด สาเหตุของโรคนี้ มาจากเชื้อโรคที่อยู่ในวัตถุดิบที่นํามาปรุงอาหารตัวผู้ปรุงอาหาร ภาชนะ ที่ใส่อาหาร รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่ใช้ในปรุงอาหารที่ไม่สะอาด การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของสื่อต่างๆที่มีต่อ ความรู้และพฤติกรรมป้องกันโรคติดต่อจากอาหารและน้ําของประชาชน รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์สอบถามจากจํานวนกลุ่มตัวอย่าง 416 คนจากประชาชนทั่วประเทศที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ผลการวิจัย พบว่าพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อจากอาหารและน้ําของกลุ่ม ตัวอย่างสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อรณรงค์ที่สํานักสื่อสารความเสี่ยงและ พัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่ ได้แก่ สื่อสติกเกอร์ที่ให้ประชาชนนําไปติดที่ครัว คู่มือบันทึกการ รับประทานอาหาร นอกจากนี้พฤติกรรมในการป้องกันโรคติดต่อจาก อาหารและน้ํายังสัมพันธ์ตัวแปร การเปิดรับสื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ แผ่นพับ โปสเตอร์ หนังสือพิมพ์ รวมทั้งสื่อบุคคลได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข (แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข) และคนในชุมชน ได้แก่ อสม. อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติเมื่อวิเคราะห์ด้วยสถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน ซึ่งสามารถนําสื่อเหล่านี้มาใช้ในการรณรงค์เผยแพร่ ความรู้และเสริมพฤติกรรมที่เฉพาะเจาะจงที่ประชาชนยัง ไม่ตระหนัก เช่น พฤติกรรมการใช้ช้อนกลาง ที่ต้องเน้น และต้องอาศัยบุคคลอื่นร่วมมือในการปรับพฤติกรรมการ ใช้ช้อนกลางไปพร้อมๆกันด้วย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ คนในสังคมร่วมกันยอมรับต่อไป ทั้งนี้เพื่อขจัดโรคติดต่อ จากอาหารและน้ําให้น้อยลง รวมทั้งยังเป็นการยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
คาราสุข คําถุนวิไลวงศ์ นิตยา ไทยาภิรมย์ พิมพาภรณ์ กลั่นกลิ่น. (2554). พฤติกรรมการป้องกันโรคอุจจาระร่วงในทารกของมารดาในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พยาบาลสาร. 38
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2551). โรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ. หน่วยที่ 1-8 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 7.
มาลินี วัฒนากูล, วิลาวัณย์ พิเชียรเสถียร, อมรพรรณ วรรณวิไลย, ศิริธร โฆษคุณวุฒิ (2554) ประสิทธิผลของการส่งเสริมการทําความสะอาดมือของบุคลากรพยาบาลหอผู้ป่วยพิเศษ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พยาบาลสาร 38 : 1-16.
ภาษาอังกฤษ
Duff SB, Scott EA, Mafilios MS, Todd EC, Krilov LR, Geddes AM, Ackerman SJ. (2003). Cost-effectiveness of a targeted disinfection program in household kitchens to prevent food borne illnesses in the United States Canada, and the United Kingdom. Journal of Food Protection. ; 66(11): 2103-15.
Hoffman E. Richard, Greenblatt, Matyas, Sharp, Esteban, Hodge, and Liang. (2005) Capacity of State and Territorial Health Agencies to Prevent Food borne Illness. Emerging Infectious Disease. 11(1): 11-16.
Kasl SV, & Le Cobb S. (2002). Preventive Health Behavior. Archives of Environmental Health. 2002:12:246-266
Lapinski M K. et al. (2013). Testing the effects of social norms and behavioral privacy on hand washing: A field experiment. Human Communication Research. 39 21-46
Park, H. S., & Smith, S. (2007). Distinctiveness and influence of subjective norms, personal descriptive and injunctive norms, and societal descriptive and injunctive norms on behavioral intent: A case of two behaviors critical to organ donation. Human Communication Research, 33, 194–218.
Rimal, R. N., & Real, K. (2005). How behaviors are influenced by perceived norms: A test of the theory of normative social behavior. Communication Research, 32, 389–414.
World Health Organization(WHO). (2002). The State of World Health: the World Health Reports a Vision for All. Geneva: World Health Organization. เว็บไซต์ http://www.hiso.or.th/hiso/tonkit/tonkits_66.phphttps://sites.google.com/site/fwd2012plus/141 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2556 https://sites.google.com/site/fwd2012plus/búlogu OjUñ 20 WOYN199 2556.