สถานภาพปัจจุบันของการออกอากาศรายการวิทยุสําหรับเด็กและพฤติกรรมการเปิดรับสื่อวิทยุของเด็กไทย

Main Article Content

มรรยาท อัครจันทโชติ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงสํารวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึง 1) ปริมาณของรายการวิทยุสําหรับเด็กในปัจจุบัน 2) คุณลักษณะของรายการวิทยุ สําหรับเด็กที่ออกอากาศในปัจจุบัน 3) พฤติกรรมการเปิดรับวิทยุของเด็ก 4) ความคิดเห็นของเด็กที่มีต่อรายการวิทยุสําหรับเด็ก ทั้งนี้ ผู้วิจัยใช้การ สุ่มตัวอย่างแบบหลายชั้นเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจาก 1) สถานีวิทยุกระจาย เสียงที่ออกอากาศในระบบเอฟเอ็ม 240 สถานีทั้งสถานีวิทยุหลักและสถานี วิทยุท้องถิ่น กระจายไปใน 5 ภูมิภาค 2) เด็ก 900 คน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ เดียวกับกลุ่มตัวอย่างประเภทสถานีวิทยุ จัดแบ่งกลุ่มตามช่วงอายุ 3-5 ปี 6-12 ปี, 13-17 ปี), เพศ (ชาย, หญิง) และเขตที่อยู่อาศัย (เมือง, ชนบท) ในสัดส่วนเท่าๆกัน


       ผลการวิจัยพบว่า รายการวิทยุสําหรับเด็กที่ออก " อากาศอยู่มุ่งกลุ่มเป้าหมายเด็กช่วงอายุ 13-17 ปีมากที่สุด รองลงไปคือ เด็กช่วงอายุ 6-12 ปี และน้อยที่สุดคือ เด็ก ช่วงอายุ 3-5 ปี อย่างไรก็ตามในภาพรวม รายการวิทยุ สําหรับเด็กแทบจะไม่มีพื้นที่อยู่บนสื่อวิทยุกระจายเสียงเลย ไม่ว่าจะเป็นสถานีวิทยุหลักหรือสถานีวิทยุท้องถิ่น ทั้งนี้ นอกจากจํานวนรายการและสัดส่วนเวลาในการออกอากาศ รายการวิทยุสําหรับเด็กจะมีอยู่น้อยแล้วการออกแบบเนื้อหา และรูปแบบการนําเสนอของรายการยังไม่ค่อยสอดคล้องกับ ความสนใจของกลุ่มตัวอย่างเด็กมากนัก ในขณะที่การออกแบบ โทนของรายการและบุคลิกของผู้ดําเนินรายการวิทยุสําหรับ เด็กสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มตัวอย่างเด็กเป็นอย่างดี จากการวิจัยยังพบด้วยว่า เด็กไทยในปัจจุบันเปิดรับสื่อวิทยุ ค่อนข้างน้อย และเกือบทั้งหมดไม่เคยรับฟังรายการ วิทยุสําหรับเด็กเลย นอกจากนี้ เด็กที่เปิดรับฟังวิทยุส่วน ใหญ่ ยังไม่มีโอกาสเป็นผู้เลือกเปิดรับฟังรายการวิทยุด้วย ตัวเอง แต่ต้องรับฟังรายการที่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็น ผู้เปิด ซึ่งรายการเหล่านั้นส่วนใหญ่ ไม่ใช่รายการสําหรับ เด็ก ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในงานวิจัยครั้งนี้ คือ 1 1) มียุทธศาสตร์เชิงรุกในการนําสื่อเสียงเข้าไปหาเด็ก 2) รณรงค์ให้พ่อแม่เห็นความสําคัญของรายการวิทยุ สําหรับเด็ก 3) จัดตั้งสถานีวิทยุเพื่อเด็ก ในรูปแบบ Format Station โดยออกอากาศผ่านหลากหลาย ช่องทาง 4) มีกระบวนการอบรมเพื่อพัฒนาศาสตร์ ศิลป์ และหัวใจของผู้ผลิตรายการวิทยุสําหรับเด็ก อย่างต่อเนื่อง 5) มีนโยบายการเพิ่มปริมาณรายการ วิทยุสําหรับเด็กที่เป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับ วิถีชีวิตของเด็กยุคใหม่ 6) มีกองทุนเพื่อสนับสนุน งานวิจัยด้านสื่อเสียง การผลิตรายการวิทยุสําหรับเด็ก รวมถึงทุนสนับสนุนงานวิจัยด้านสื่อเสียง

Article Details

ประเภทบทความ
Articles
ประวัติผู้แต่ง

มรรยาท อัครจันทโชติ, คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มรรยาท อัครจันทโชติ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจําภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย
โครงการพัฒนาศักยภาพนักจัดรายการวิทยุเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว, ชมรมวิทยุเด็ก เยาวชนและครอบครัว การศึกษารายการวิทยุสําหรับเด็กปฐมวัย (3-5 ปี), เอกสารแจก
จิราพร ยังสุข. (2552). วิทยุกระจายเสียงสําหรับเด็ก : หลักการผลิต เนื้อหา และรูปแบบรายมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
จิราภรณ์ สีหวงศ์. (2522). ความสนใจของเด็กในการรับฟังรายการวิทยุที่จัดขึ้นเพื่อเด็ก. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาโสตทัศนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุมพล รอดคําดี. (2555). คู่มือการจัดรายการวิทยุกระจายเสียง. กรุงเทพฯ : ชมรมวิทยุเด็ก เยาวชน และครอบครัว.
นัฏฐา เอื้อภราดร. (2545). วาทวิเคราะห์รายการวิทยุสําหรับเด็ก. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวาทวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปัณณพร ไพบูลย์วัฒนกิจ. (2552) รายการวิทยุชุมชนสําหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัวในพื้นที่ภาคเหนือ.คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าถึงได้จาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=483348
พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์. (2549). ทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มนัสวินี จันทะเลิศ. (2548). เกณฑ์ในการประเมินคุณภาพรายการเด็กทางโทรทัศน์ วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการสื่อสารมวลชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มรรยาท อัครจันทโชติ. (2554). รายงานผลการดําเนินงานโครงการบริการวิชาการที่ 1 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพรายการในวิทยุชุมชน. ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สํานักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ศูนย์จัดการความรู้การสื่อสารและการพัฒนา.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2550), การศึกษาสถานภาพการใช้และการผลิตสื่อเพื่อเด็กเยาวชนของประเทศไทย. เข้าถึงได้จาก www.ccdkm.org/CCDKM.thail.Document_13_14July_th.doc
ศูนย์วิชาการ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2553). “ตาดูหูฟัง” สถานการณ์การรับสื่อโทรทัศน์
วิทยุ ของคนไทย. กรุงเทพฯ : สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. สมาคมวิทยุเด็ก เยาวชน และครอบครัว. (2555). ผู้ใหญ่จํา พวกหนูก็ชอบฟังวิทยุเหมือนกันนะ. เอกสารแผ่นพับ สมาคมวิทยุเด็ก เยาวชน และครอบครัว. (2555). ผลงามตามวัย. กรุงเทพฯ : แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน สันติ เกษมสิริทัศน์. (2550). การสร้างสรรค์รายการเด็ก, เอกสารการสอนชุดวิชาการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์, กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สริยเคว ทรีปาตี (2556) รู้จักเด็กทั้งตัวและหัวใจ พัฒนาการของเด็กและวัยรุ่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก และครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล.
เสาวณีย์ ฉัตรแก้ว. (2552), จูนหาคลื่นวิทยุเด็ก, กรุงเทพฯ : โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพรายการวิทยุเพื่อเด็กเยาวชน และครอบครัว
ภาษาอังกฤษ
Drotner, Kristen and Livingstone, Sonia. (2008). The International Handbook of Children, Media and Culture. London : SAGE.
Greenfield, Patricia, et al. (1986). Is the medium the message?: An experimental comparisons of the effects of radio and television on imagination. Journal of Applied Development Psychology. 7(3), 201-218. Retrieved from http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/0193397386900298
Ferrington, Gary. (1994). Kid, Imagination, and Audio In The Classroom. Media Literacy Education Network. School of Journalism and Communication, University of Oregon. Retrieved from http://jcp.proscenia.net/publications/articles_mlr/ferrington/kidsimagine.html Klapper,
Joseph. (1960). Klapper's Selective Exposure. Retrieved from http://en.wikipedia.org/wiki/Selectiveexposure_theory
McQuail, D. (2005). McQuail's Mass Communication Theory. 5th ed., London : SAGE. Stephenson, William. (1967). The play theory of mass communication. Retrieved from http://www.google.co.th/books?hl=th&lr=&id=SEO-HKL9quoC&oi=fnd&pg=PA1&dq=stephenson+play+theory&ots=Aw9gTwylkR&sig=rZuwTuquD469ttzKSsUf42RDbfg&redir_esc=y Strasburger,
Victor C. (2009). Children, Adolescents, and the Media. California : SAGE.