การสื่อสารกับวาทกรรมการวิ่งในสังคมไทย

Main Article Content

วิโรจน์ สุทธิสีมา
ดวงกมล ชาติประเสริฐ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ คือทำการสำรวจความหมายของการวิ่งในสื่อของไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และทำการวิเคราะห์หาลักษณะของวาทกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความตื่นตัวในการวิ่งออกกำลังกายในสังคมไทย โดยการศึกษาครั้งนี้ประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ระยะยาวและการวิเคราะห์ตัดขวาง ผู้วิจัยได้ใช้แนวคิดการวิเคราะห์วาทกรรมของ Michael Foucault และการวิเคราะห์วาทกรรมวิพากษ์ของ Norman Fairclough ร่วมด้วยแนวคิดกระบวนการสร้างอารยธรรมของ Nobert Elias
จากการศึกษาในสื่อ 4 ประเภท อันได้แก่ 1) สื่อสิ่งพิมพ์ 2) สื่อภาพยนตร์ 3) สื่อใหม่ (สื่อออนไลน์) และ 4) สื่อกิจกรรม พบว่า การวิ่งในสังคมไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุคที่สำคัญ อันได้แก่ 1) ยุคโบราณ 2) ยุคเปลี่ยนผ่าน และ 3) ยุคปัจจุบัน โดยการเปลี่ยนผ่านของทั้ง 3 ยุค เป็นผลสืบเนื่องจากกระบวนการสร้างอารยธรรมในแต่ละยุค ซึ่งสัมพันธ์กับวาทกรรม อำนาจ และความรู้ที่ครอบงำสังคมไทย โดยในยุคโบราณตั้งแต่อดีตจนถึงก่อน พ.ศ. 2500 การวิ่งไม่มีความหมายใดในสังคมไทยเป็นพิเศษ นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว กระทั่งเมื่อถึงคราวเปลี่ยนผ่านในช่วง พ.ศ. 2500 แนวคิดด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ดัง ทำให้การวิ่งถูกสร้างความหมายในเชิงสุขภาพและมีลักษณะการอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์และเหตุผล จนเมื่อถึงช่วง พ.ศ. 2555 การวิ่งถูกสร้างความหมายอย่างผสมผสาน ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากอำนาจในสังคมที่กระจายตัว เนื่องจากการเข้ามาของสื่อใหม่ และการเพิ่มบทบาทของคนวัยหนุ่มสาวและผู้หญิงในทางสื่อมวลชน ซึ่งได้ผลิตและบริโภควาทกรรมที่หลากหลายโดยเฉพาะมิติทางอารมณ์และความรู้สึก อันทำให้การวิ่งออกกำลังกายกลับมาเป็นที่นิยมในสังคมไทยอีกครั้ง

Article Details

ประเภทบทความ
Articles
ประวัติผู้แต่ง

วิโรจน์ สุทธิสีมา

วิโรจน์ สุทธิสีมา (ว.ม., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2551; อีเมล: Viroj352@hotmai.com)

ดวงกมล ชาติประเสริฐ, คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดวงกมล ชาติประเสริฐ (Ph.D. Mass Comm., University of Wiscousin-Madison, 2534) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย
กฤษฎา บานชื่น. (2551). คู่มือวิ่งเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน.
กฤษฎา เรืองอารีย์รัชต์. (พฤศจิกายน 2555). บทบรรณาธิการ. จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับ สร้างสุข. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
กาญจนา แก้วเทพ. (2551). สายธารนักคิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองกับการสื่อสารศึกษา. กรุงเทพ: ภาพพิมพ์.
เกษม นครเขตต์. (2555). ศิลปะแห่งกีฬา. เพชรเกษมพริ้นท์ติ้งกรุ๊ป: นครปฐม.
คามิน คมนีย์. (2557). หัว*ใจ*เท้า. กรุงเทพ: บ้านหนังสือ.
จุฬา เอี๋ยวภูเก็ต. (2557). การประยุกต์ใช้กระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับขั้น เพื่อศึกษาปัจจัยความพึงพอใจต่อการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอน. (ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
มนตรี บุญสัตย์. (2557). เทรลรันนิ่ง วิ่งข้ามขีดจำกัด. นิตยสาร GM, กันยายน 2557.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2525). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. วิ่งปราบไขมันดีที่สุด กำจัดส่วนเกินที่พอกอยู่ตามอวัยวะภายใน. สืบค้นจาก www.thaihealth .or.th/Content/1459-วิ่งปราบไขมันดีที่สุด%20กำจัดส่วนที่พอกอยู่ตามอวัยวะภายใน.html

ภาษาอังกฤษ
Alt, J. (1983). Sport and Cultural Reification: From Ritual to Mass Consumption. Theory, Culture & Society, 1(3). 93-107.
Alatas, S. F. (2010). The Definition and types of alternative discourse. Estud. hist. (Rio J.), 23(46), pp. 225-245.
Craig, R. T. (1999). Communication as a field. Journal of Communication Theory, 9(2), pp. 119-161.
Elias, N. and E. Dunning. (1986). Quest for Excitement. Sport and Leisure in the Civilizing Process. Oxford: Blackwelll.
Elias, N. (2000). The Civilizing Process. Sociogenetic and Psychogenetic Investigations. Revised Edition of 1994. Oxfordd: Basil Blackwell.
Fairclough, N. (1992). Discourse and Social Change. Cambridge, UK: Polity Press.
Fairclough, N. (1995). Critical Discourse Analysis: The Critical Study of Language. New York : Longman.
Fairclough, N. (2003). Analyzing Discourse: Textual Analysis for Social Research. New York: Routledge.
Fairclough, M. (1972). The Archaeology of Knowledge. London: Tavistock.
Gee, J. P. (2004). What is critical about critical discourse analysis. In R. Rogers (Ed), An Introduction to Critical Discourse Analysis, (pp. 19-50.) Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum.
Guttman, A. (1978). From Ritual to Record: The Nature of Modern Sports. Washington DC: Columbia University Press.
Hargresves, J. (1982). Sport, Culture, and Ideology. Routledge & Kegan Pual.
Hargreaves, J. (1992). Sport and Socialism in Britain. Sociology of sport journal, 9(2), pp. 131-153.
Horne, J. Tomlinson, A. and G. Whannel. (2012). Understanding sport an introduction to the sociological and cultural analysis of sport. London: Routledge.
Hoye, L. (2009). An Introduction to Modality. Pearson Education.
Hughson, J. D. Inglis and M. Free (1998). The Uses of Sport: A Critical study. Oxon: Routledge.
Huizinga, J. (1955). Homo Ludens: A Study of the Play Element in Culture. London: Routledge & Kegan Pual Ltd.
Innis, H. (1952). Changing Concepts of Time. Toronto: University of Toronto Press.
Real, M. (1998). Mediasport: Technology and the Commodification of Postmodern Sport. In L.A. Wenner (Ed), Media Sport, (pp. 14-26). New York: Routledge.
Schirato, T. (2007). Understanding Sports Culture. London, Thousand Oaks, CA, New Delhi, Singapore: SAGE.
Simon, R. L. (1991). Fair Play: Sports, Values, and Society. Boulder, Colorado: Westview Press.
White, P. and J. Curtis (1990). Language Regions and Feelings Toward Outgroups: Analyses or 1968 and 1984. Canadian Journal of Sociology, 15(4), pp. 441-462.