ตัวชี้วัดคุณภาพการให้บริการโดยรวมของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย

Main Article Content

รุ่งโรจน์ สงสระบุญ

บทคัดย่อ

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และโรงพยาบาลเอกชนยังคงเป็นธุรกิจการให้บริการที่มีความต้องการพัฒนาการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น เพราะการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรง และต้องการส่งมอบการให้บริการที่ดีแก่ผู้ใช้บริการให้ได้รับความพึงพอใจมากที่สุด ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้บริหารฝ่ายการให้บริการหรือตัวแทนของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย 2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวชี้วัดคุณภาพการให้บริการโดยรวมของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารฝ่ายการให้บริการหรือตัวแทนของโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นสมาชิกในสมาคมโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 140 ตัวอย่าง จากการการคำนวณด้วยวิธี Maximum Likelihood Estimation: MLE) อย่างน้อย 20 เท่าของจำนวนตัวแปรสังเกตได้ ส่วนสถิติที่ใช้การวิจัย ได้แก่ การวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพล (Path Analysis) และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM)


ผลการวิจัยพบว่า พบว่า โรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดกลาง จำนวนเตียง 101 – 250 เตียง ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวชี้วัดคุณภาพการให้บริการโดยรวมของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ กระบวนการให้บริการ การตอบสนองผู้ใช้บริการ โดยองค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวแปรมีค่า gif.latex?\chi2/df =1.982, P=0.94, GFI=0.987, AGFI=0.931, NFI=0.991, IFI=0.996, CFI=0.996, RMR=0.001, RMSEA=0.071 เป็นค่ามาตรฐานสูงซึ่งแสดงว่า ตัวชี้วัดคุณภาพการให้บริการโดยรวมของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สงสระบุญ ร. (2022). ตัวชี้วัดคุณภาพการให้บริการโดยรวมของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย . วารสารศิลปการจัดการ, 6(1), 471–481. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jam/article/view/254220
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Crosby, P. (1986). Quality is free. McGrew-Hill.

Deming, W. E. (1982). Quality productivity and competitive position. Center for Advance Engineering, Massachusetts Institute of Technology.

Feigenbaum, A. (1987). Total Quality Management and business performance. Journal of Social and Behavioral Sciences, 129, 244-249.

Ishikawa, K. (1985). How to operate QC Circle activities. Union of Japanese Scientists and Engineers.

Juran, J. (1989). Juran of leadership for quality. Free Press.

Macinati, M. S. (2008). The relationship between quality management systems and organizational performance in The Italian Nation Health Service. Journal of Health Policy, 85(2), 228-241.

National Statistical Office. (2021). Report of population statistical. National Statistical Office. http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/themes/population.html.

The Private Hospital Association. (2021). Name of member. The Private Hospital Association. http://www.thaiph.org/body/members.html.

Wang, C-H., Chen, K-Y., & Chen, S-C. (2012). Total Quality Management, market orientation and hotel performance: The moderating effects of external environmental factors. International Journal of Hospitality Management, 31(1), 119-129.

https://doi.org/10.1016/j.ijhm.2011.03.013

Wanitbuncha, K. (2014). Structural equation modeling analysis by AMOS. Chulalongkorn University.