รูปแบบการบูรณาการโซ่อุปทานที่มีต่อคุณภาพการบริการและผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยรูปแบบการบูรณาการโซ่อุปทานที่มีต่อคุณภาพการบริการและผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลเชิงสาเหตุของปัจจัยด้านการ บูรณาการกับซัพพลายเออร์ ด้านการบูรณาการภายใน ด้านการบูรณาการกับลูกค้าที่มีต่อคุณภาพการบริการของธุรกิจโรงแรม 2) เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณภาพการบริการที่มีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม และ 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบการบูรณาการโซ่อุปทานที่มีต่อคุณภาพการบริการและผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ผู้วิจัยกำหนดประชากรในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารธุรกิจโรงแรมที่เป็นสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotels Association: THA) โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็น ผู้บริหารธุรกิจโรงแรมที่เป็นสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย ระดับมาตรฐาน 3 ถึง 5 ดาว จำนวน 400 คน ซึ่งผู้วิจัยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage-Sampling) ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์โมเดลสมการ โครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM)
ผลการวิจัยพบว่า การบูรณาการกับซัพพลายเออร์ การบูรณาการภายใน และการบูรณาการกับลูกค้า มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม และผลการดำเนินงานของ ธุรกิจโรงแรมได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากการบูรณาการกับซัพพลายเออร์ การบูรณาการภายใน และการบูรณาการกับลูกค้าผ่านคุณภาพการบริการ ซึ่งมีความสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยที่กำหนดไว้ ดัชนีความกลมกลืนของรูปแบบการบูรณาการโซ่อุปทานที่มีต่อคุณภาพการบริการและผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์โดยมีค่าดัชนีความกลมกลืน ทั้ง 6 ดัชนี ที่ผ่านเกณฑ์การยอมรับ คือค่าดัชนี c2 /df = 1.259, CFI = 0.999, GFI = 0.966, AGFI = 0.941, RMSEA = 0.029 และ SRMR = 0.032 ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าโมเดลแบบจำลองสมการเชิงโครงสร้างมีความเหมาะสม กลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ การปรับโมเดล ผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีความกลมกลืนของโมเดล โดยรวมหลังจากที่ผู้วิจัยได้ดำเนินการปรับโมเดล พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าดัชนีความกลมกลืนทั้ง 6 ดัชนีที่ผ่านเกณฑ์การยอมรับ คือ ค่าดัชนี c2 /df = 1.2566, CFI = 0.998, GFI = 0.976, AGFI = 0.950, RMSEA = 0.028 และ SRMR = 0.023
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2563). สถิติด้านการท่องเที่ยว ปี 2563. สืบค้นจาก https://mots.go.th/more_news_new.php?cid=592
กิตติศักดิ์ เพ็ชรวงษ์. (2556). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของผู้เอาประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจต่อการให้บริการของบริษัทประกันภัยในจังหวัดสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นิตยา พร้าวราม. (2558). แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียน: กรณีศึกษาโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
พรลาภ ประโยชน์อมรกุล และศศิธร ง้วนพันธ์. (2557). ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการเลือกใช้บริการโรงแรมฮอลิเดย์อินน์รีสอร์ท ภูเก็ต. วารสารการเงิน การลงทุน การตลาดและการบริหารธุรกิจ, 4(2), 309-332.
โยธิน อยู่จงดี. (2555). โรงแรมสีเขียวมาตรฐานไทยหนึ่งในมาตราฐานโลก. สืบค้นจาก http://library.dip.go.th/multim6/edoc/2555/20574.pdf
สมาคมโรงแรมไทย. (2562). Thailand Official Hotels Directory 2018. (ม.ป.ท.)
Aagja, J. P. & Garg, R. (2010). Measuring perceived service quality for public Hospitals (PubHosQual) in the Indian context. International Journal of Pharmaceutical and Healthcare Marketing: IJPHM, 4(1), 60-83.
Battor, M. & Battor, M. (2010). The impact of customer relationship management capability on innovation and performance advantages: Testing a mediated model. Journal of Marketing Management, 26(9-10), 842-857.
Benito, J. G. & Benito, O. G. (2005). Environmental proactivity and business performance: An empirical analysis. Omega, Elsevier, 33(1), 1-15.
Chang, H. H. (2007). Critical factors and benefits in the implementation of customer relationship management. Total Quality Management & Business Excellence, 18(5), 483-508.
Chang, H. H. & Ku, P.W. (2009). Implementation of relationship quality for CRM performance: Acquisition of BPR and organizational learning. Total Quality Management, 20(3), 327-348.
Day, G. S. & Van den Bulte, C. (2002). Superiority in customer relationship management: Consequences for competitive advantage and performance. The Wharton School, University of Pennsylvania.
Dutu, C. & Halmajan, H. (2011). The effect of organizational readiness on CRM and business performance. International Journal of Computers, 1(5), 106-114.
Frejkova, D. (2009). Analysis of the relationships between market orientation, customer relationship management and customer orientation. Retrieved from http://www.google.co.th
Green Leaf Foundation. (2007). Green Leaf Standard for Green Hotel. Retrieved March 10, 2017, from http://www.greenleafthai.org/th/green_standard/
Jain, KK. (2007). Drug Delivery in Central Nervous System Disorders. Basel, Switzerland: Jain Pharma Biotech Publications.
Parasuraman, A., Zeithaml, V. & Berry, L. (1988). SERVQUAL: a multiple-item scale for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing, 64(1), 12-40.
Razalli, M. R., Abdullah, S. & Yusoff, R. Z. (2012). Is halal certification process “Green”. The Asian Journal of Technology Management (AJTM), 5(1), 33-41.
Richard, J. E. (2008) The impact of customer relationship management (CRM) Technology on business-to-business customer relationship (Doctor of Philosophy in Marketing). Victoria University of Wellington.
Sansook, J. (2012). Strategic customer relationship management capabilities and market performance: An empirical study of private Hospitals in Thailand (Doctor of Philosophy in Management). Mahasarakham University.
Shrivastava, P. (1995). Environmental technologies and competitive advantage. Strategic Management Journal, 16, 183-200.
Wu, W. (2002) Customer relationship management (CRM) technology, market orientation, and organizational performance (Master of Science in Administration). Concordia University.