บุพปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคงอยู่ของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วไประดับมาตรฐานแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับแรงจูงใจในการทำงาน ระดับความพึงพอใจในการทำงาน ระดับความผูกพันกับองค์การ และระดับการคงอยู่กับองค์การ 2) เพื่อศึกษาระดับของแรงจูงใจในการทำงาน ความพึงพอใจในการทำงาน และความผูกพันกับองค์การ ที่ส่งผลต่อระดับการคงอยู่กับองค์การของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วไป ระดับมาตรฐานแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลทั่วไป ระดับมาตรฐาน จำนวน 223 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทำการทดสอบสมมติฐานโดยใช้การวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling) แบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) โดยทดสอบค่าปัจจัยการขยายตัวของความแปรปรวน (VIF) เพื่อป้องกันภาวะร่วมเส้นตรงพหุ (Multicollinearity) ประเมินโมเดลการวัดแบบสะท้อนด้วยการทดสอบความเที่ยงของตัวแปรแฝงผ่านค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s α) ค่าความเที่ยงประกอบ (Composite Reliability) และน้ำหนักองค์ประกอบภายนอก (Outer Loading) แล้วจึงทดสอบความตรงเชิงเหมือน (Convergent Validity) และความตรงเชิงจำแนก (Discriminant Validity) ของเครื่องมือวัด ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับปัจจัยจูงใจ ปัจจัยค้ำจุน ความพึงพอใจในการทำงาน ความผูกพันกับองค์การ และการคงอยู่กับองค์การเฉลี่ยในระดับสูง โดยที่ปัจจัยจูงใจไม่ส่งผลต่อระดับการคงอยู่กับองค์การ ในขณะที่ปัจจัยค้ำจุนความพึงพอใจในการทำงานและความผูกพันกับองค์การ ส่งผลต่อระดับการคงอยู่กับองค์การ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
กมลพร กัลยาณมิตร. (2559). แรงจูงใจ 2 ปัจจัย พลังสู่ความสำเร็จ. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 6(3), 175-183.
กฤษฏ์ เติมทิพย์ทวีกุล และกฤษดา เชียรวัฒนสุข. (2562). บุพปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่กับองค์กรของช่างเทคนิคและวิศวกรในอุตสาหกรรมพลาสติกขนาดกลางและขนาดย่อม: กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมพลาสติกในจังหวัดปทุมธานี. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร., 7(3), 823-837.
กฤษดา เชียรวัฒนสุข. (2563). หลักการจัดการและองค์การ. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.
จุไรวรรณ บินดุเหล็ม. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจคงอยูในงานของข้าราชการและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (สารนิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ชนม์ภิชา นาคโร. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การ สัมพันธภาพกับหัวหน้างาน และพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ ของพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีความผูกพันกับองค์การ เป็นตัวแปรกำกับ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 15(2), 83-98.
ณิชพร คำเถียร. (2559). แรงจูงใจกับการทำงานเป็นทีมของข้าราชการครู ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ธนัญพร สุวรรณคาม. (2559). ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการทางาน ความพึงพอใจในงานที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์การของพนักงานธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสากรรมและองค์การ). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ, (2553). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพฯ: บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
นันทวดี อุ่นละมัย และกฤษดา เชียรวัฒนสุข. (2562). แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่มีผลต่อผลการปฏิบัติงานและการคงอยู่ในองคฺกรของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 9(3), 126-138.
ปฐมา ธรรมชัยภูมิ. (2561). ปัจจัยทำนายการคงอยู่ในงานของพยาบาลวิชาชีพกลุ่มวัย วาย ที่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ แห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี. วารสารโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์. 14(2), 25-34.
วารุณี มิลินทปัญญา. (2561). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการคงอยู่ในงานของบุคลากรโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย. Journal of Humanities and Social Sciences Thonburi University, 12(28), 244-255.
วิภาวรรณ จรัสกุล. (2560). ภาวะผู้นำกับความผูกพันต่อองค์การของพนักงานโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง. วารสารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ, 9(1), 80-102.
วิลาวัณย์ เพ็งพานิช และคณะ. (2562). ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในงาน ความผูกพันต่อองค์กรกับการคงอยู่ในองค์กรของพยาบาลวิชาชีพสำเร็จใหม่ ในโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่มุ่งแสวงหากำไรกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาล, 68(3), 30-38.
Allen, N. J. & Meyer, J.P. (1990). The measurement and antecedent of affective, continuance and normative commitment to the organization. Journal of Occupational Psychology, 63, 1-18.
Herzberg, F. et al. (1959). The Motivation of work. New York: John Wiley & Sons.
Mathis, R. L. & Jackson, J. H. (2006). Human Resource Management. (11th ed.). Ohio: South western.
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2019). Health at a Glance 2019: OECD Indicators. Retrieved March 10, 2021, from https://doi.org/10.1787/4dd50c09-en
Philips. (2020). The age of opportunity - Empowering the next generation to transform healthcare. Retrieved March 10, 2021, from https://www.philips.com/a-w/about/news/future-health-index/reports/2020/the-age-of-opportunity.html
Smith, P. C., Kendall, L. M. & Hulin, C. L. (1969). The Measurement of Satisfaction in Work Retirement. Chicago: Rand McNally.
World Health Organization. (2018). World Health Statistics. Retrieved March 10, 2021, from https://www.who.int/data/gho/data/themes/topics/health-workforce
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. (3rd ed.). New York: Harper and Row.