การศึกษาเปรียบเทียบสภาพการบริหารการจัดการศึกษาพิเศษ ตามมาตรฐานการเรียนร่วมของโรงเรียนเรียนร่วมโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2

Main Article Content

ทินกฤตพัชร์ รุ่งเมือง
พระปลัดประพจน์ สุปภาโต

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารการจัดการศึกษาพิเศษตามมาตรฐานการเรียนร่วมของโรงเรียนเรียนร่วม โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2  2) เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารการจัดการเรียนร่วมในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 จำแนกตามตำแหน่งและประสบการณ์ทำงาน กลุ่มตัวอย่าง ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู จากการกำหนดจำนวน 302 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (gif.latex?\bar{x} ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การวิเคราะห์ด้วยการทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการเปรียบเทียบรายคู่โดยวิธีของ LSD (Least significance difference)  ผลการวิจัยพบว่า


          1) สภาพการบริหารการจัดการศึกษาพิเศษตามมาตรฐานการเรียนร่วม โดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT) ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (gif.latex?\bar{x} =3.54) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านนักเรียนและด้านกิจกรรมการเรียนการสอน อยู่ในระดับมาก ( gif.latex?\bar{x}=3.83, 3.82)  ด้านสภาพแวดล้อมและด้านเครื่องมือ อยู่ในระดับปานกลาง (gif.latex?\bar{x} =3.42, 3.08)


          2) ตำแหน่งและประสบการณ์ทำงาน พบว่า ผู้บริหารและครูมีตำแหน่งและประสบการณ์ทำงานนั้น มีการบริหารการจัดการศึกษาพิเศษตามมาตรฐานการเรียนร่วม แตกต่างกัน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
รุ่งเมือง ท., & สุปภาโต พ. . (2020). การศึกษาเปรียบเทียบสภาพการบริหารการจัดการศึกษาพิเศษ ตามมาตรฐานการเรียนร่วมของโรงเรียนเรียนร่วมโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2. วารสารศิลปการจัดการ, 4(3), 621–637. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jam/article/view/242832
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). รายงานการสังเคราะห์การใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2555). มาตรฐานการเรียนร่วม เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาปี พ.ศ. 2555. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

กรองทอง จุลิรัชนีกร. (2556). การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความตองการพิเศษระดับปฐมวัย.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.

กฤติญา บุญสินชัย. (2557). สภาพการบริหารโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมภายใต้โครงสร้างซีท สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 4(1). 35-45.

ฉวีวรรณ เมืองซอง. (2555). การศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการดำเนินการบริหารจัดการเรียนร่วม ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต29 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

ธีระพงษ์ พรมกุล. (2558). สภาพการบริหารการจัดการเรียนรวมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT) เป็นฐาน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการเขต 1(วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารการศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.

เบญจา ชลธาร์นนท์. (2546). คู่มือการบริหารจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงสร้างซีท. กรุงเทพฯ: เพทายการพิมพ์.

พัชริดา นิลสุข. (2558). การบริหารโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม(วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2. (2562). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562. กลุ่มนโยบายและแผน: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2548). การสังเคราะห์งานด้านการจัดการเรียนร่วมสู่ภาคปฏิบัติเพื่อนำสู่นโยบายการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพสำหรับเด็กและเยาวชนพิการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2560). แนวทางการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

Slee, R., & Weiner, G. (2001). Education reform and reconstruction as a challenge to research genres: Reconsidering school effectiveness research and inclusive schooling. School Effectiveness and School Improvement.