การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาพฤติกรรมการถูกรังแกทางสื่อออนไลน์ ๒) ศึกษาระดับการรับรู้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรังแกทางสื่อออนไลน์ และ ๓) นำเสนอแนวทางการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในกรุงเทพมหานคร ด้วยการวิจัยแบบผสม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ๑) นักศึกษาระดับปริญญาตรีอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร คำนวณตามสูตรของ Yamane จำนวน ๔๐๐ คน และ 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเทศศาสตร์ จำนวน ๕ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการหาค่าจำนวนและร้อยละ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการตีความสรุป ผลการวิจัยพบว่า ๑) พฤติกรรมการรังแกทางสื่อออนไลน์ที่พบมากที่สุดคือ การทะเลาะกับบุคคลอื่นผ่านโทรศัพท์/สื่อโซเชียลโดยใช้คำรุนแรง คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๓ ๒) การรับรู้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรังแกทางสื่อออนไลน์ที่พบมากที่สุดคือ การรังแกทางสื่อออนไลน์ทำให้ผู้ถูกรังแกคิดสั้นฆ่าตัวตาย คิดเป็นร้อยละ ๔๗.๒ และ ๓) แนวทางการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยประกอบด้วย ๕ ประเด็น คือ ๑. การสร้างองค์ความรู้การใช้สื่อออนไลน์อย่างเท่าทัน ๒. ศึกษาและติดตามการเปลี่ยนแปลงของสื่อออนไลน์ตลอดเวลา ๓. การสร้างภูมิคุ้มกันการใช้สื่อออนไลน์ให้กับตนเอง ๔. การสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ในมิติด้านต่างๆ และ ๕. สร้างกระบวนการคิดวิเคราะห์แยกแยะข้อมูลข่าวสาร
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
นภาวรรณ อาชาเพ็ชร. (2560). การรังแกผ่านโลกไซเบอร์ ความรุนแรงที่ต้องแก้ไขและนวัตกรรมการจัดการปัญหา. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 5(1), 100-106.
เบญจมาศ พลอินทร์. (2524). วรรณคดีขนบประเพณีและศาสนา. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
ฤทัยชนนี สิทธิชัย และ ธันยากร ตุดเกื้อ. (2560). พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนใต้. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 28(1), 86.
วิทยา ดำรงเกียรติศักดิ์. (2558). การข่มเหงกักขฬะออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2563. จาก http://www.infocommmju.com/icarticle/images/stories/icarticles/ajwittaya/digital/cyberbullying2.pdf.
สมบูรณ์ สุริยวงศ์, สมจิตรา เรืองศรี และ เพ็ญศรี เศรษฐวงศ์. (2544). ระเบียบวิธีวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.
สรานนท์ อินทนนท์ และ พลินี เสริมสินสิริ. (2561). การศึกษาวิธีการป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกของไซเบอร์ของวัยรุ่น สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2562. จาก http://eprints.utcc.ac.th.
สุภาวดี เจริญวานิช. (2560). การรังแกกันผ่านพื้นที่ไซเบอร์: ผลกระทบและการป้องกันในวัยรุ่น. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 25(4), 639-648.
สุรพงษ์ โสธนะเสถียร. (2533). การสื่อสารกับสังคม คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อวยพร เขื่อนแก้ว. (2555). วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2562. จาก http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=77230.
Cyberbullying Research Center. (2015). Cyberbullying Data. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2562. จาก http;//cyberbullying.org/2015-data.
Fowler, D. (2016). Back to school-let’s keep our kids safe online. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2562. จาก https://www.act-on.com/blg/back-to-school-lets-keep-our-kids-safe-online.
Fuzion Communication. (2013). Cyber bullying awareness campaign shortlisted for prestigious National PRII Award. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2562. จาก http://www.fuzion.ie/news/id/795.
Kaspersky Lab. (2015). 10 forms of cyberbullying. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2562. จาก https://kids. kaspersky.com/10-forms-of-cyberbullying
Lazarus, R., and Folkman, S. (1984). Stress, appraisal, and coping. New York: Springer.