อิทธิพลของความจำขณะทำงานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอิทธิพลของความจำขณะทำงานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ใช้รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณนำเสนอเชิงบรรยาย ใช้แนวคิด ประสาทวิทยศึกษาศาสตร์ มาเป็นฐานทฤษฎีในการจัดการเรียนการสอนเป็นกรอบการวิจัย ประชากรคือนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การมัธยมศึกษา เขต 32 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 10,292 คน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,504 คน คัดเลือกแบบแบ่งชั้น โดยแบ่งตามขนาดของโรงเรียนคือขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 แบบ คือ 1) ใช้ซอฟต์แวร์แบบวัดความสามารถเชิงพุทธิปัญญาศึกษาความตั้งใจและความจำขณะทำงาน 2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ที่มีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ การวิเคราะห์สถิติพื้นฐานด้วย ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ความเบ้ ความโด่ง และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการศึกษาอิทธิพลของความจำขณะทำงานที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่า ความจำขณะทำงานสามารถทำนายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ได้ร้อยละ 97 และมีสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ ดังนี้ Y = 0.094 + 0.258 (X1) + 0.250 (X2) + 0.247 (X3) + 0.246 (X4)
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน ดังนี้ Y/ = 0.291 (Z1) + 0.331 (Z2) + 0.297 (Z3) + 0.289 (Z4)
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2555). การวัดผลประเมินผลคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). นโยบาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กลุ่มสารสนเทศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ข้อมูลนักเรียนปีการศึกษา 2560. ค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม 2561, จาก http://data.bopp-obec.info/emis/schooldata-view_student_area.php? Area_CODE=101732.
ทัศนีย์ บุญเติม และคณะ. (2557). การพัฒนาเครื่องมือวัดทางพุทธิปัญญา (ฉบับภาษาไทย). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
วัชราภรณ์ เกียรติบุญญาฤทธิ์. (2549). การวิเคราะห์ตัวแปรพหุระดับของความต้องการจำเป็นของนักเรียนและครูที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต การวัดและประเมินผลการศึกษา). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ศานิตย์ ศรีคุณ, อิสรานุวัฒน์ ศรีคุณ และ นายอนุชิต กุระจินดา. (2561). การพัฒนาซอฟแวร์แบบวัดความสามารถเชิงพุทธิปัญญา: ความตั้งใจและความจำขณะทำงาน. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา.
ศานิตย์ ศรีคุณ. (2560). การตรวจสอบความตรงเชิงทฤษฎีของแบบวัดจริยธรรมในกระบวนการวิจัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 40(4), 47-58.
ศานิตย์ ศรีคุณ และทัศนีย์ บุญเติม. (2559). ผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้วิจัยเป็นฐานผสานกับแนวคิดประสาทวิทยศึกษาศาสตร์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความตั้งใจ และความจำขณะทำงาน. วารสารประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 11(1), 1-20.
Baddeley, A. (2010). Working memory: theories, models, and controversies. Annual Review of Psychology, 63, 1–29.
Brown, D.R. (2018). Neuroscience of Mathematical Cognitive Development: From Infancy Through Emerging Adulthood. United State: Springer International Publishing AG.
Feiler, J. B., & Stabio, M. E. (2018). Three Pillars of Educational Neuroscience from Three Decades of Literature. Trends in Neuroscience and Education, 13, 17-25.
Kline, R. B. (2016). Principles and Practice of Structural Equation Modeling. 4th ed. NY: Guilford Publications.
Srikoon, S., Bunterm, T., Nethanomsak, T., & Ngang, T. K. (2017). A Comparative Study of the Effects of the Neurocognitive-based Model and the Conventional Model on Learner Attention, Working Memory and Mood. Malaysian Journal of Learning and Instruction, 14(1), 83-110.
Srikoon, S., Bunterm, T., & Wantong, K. (2012). Factors Influencing Science Achievements. Journal of Education Khon Kaen University. 35(2), 103-108.