ภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Main Article Content

ธงธิภา วันแก้ว
เปรมจิตต์ ขจรภัย ลาร์เซ่น
ช่อเพชร เบ้าเงิน
มารุต พัฒผล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยการวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1) ศึกษาภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้วิจัยสัมภาษณ์วิเคราะห์แจกแจง แล้วสร้างแบบสอบถามส่งผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 17 คน เป็นอีดีเอฟอาร์ 3 รอบ สถิติในขั้นตอนนี้ใช้มัธยฐานฐานนิยม และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ขั้นตอนที่ 2 สร้างคุณภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อหาความต้องการจำเป็นของภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 มาสร้างแบบสอบถามแบบประเมินค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 377 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ขั้นตอนที่ 3 วิธีการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 มาสร้างแบบสอบถามสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 11 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงได้การพัฒนาคุณลักษณะภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา สถิติที่ใช้ในขั้นตอนนี้ ได้แก่ ความถี่ และร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า


  1. ภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย 7 ด้าน รวม 152 คุณลักษณะ ดังนี้ 1) ภาวะผู้นำด้านเป้าหมายความรู้ จำนวน 26 ข้อ 2) ภาวะผู้นำด้านทักษะการทำงานเป็นทีม จำนวน 31 ข้อ 3) ภาวะผู้นำด้านการมีทัศนคติวิสัยทัศน์ร่วม 16 ข้อ 4) ภาวะผู้นำด้านคุณธรรมจริยธรรมในการจูงใจ จำนวน 13 ข้อ 5) ภาวะผู้นำมีทักษะด้านการสื่อสาร นวัตกรรม เทคโนโลยี และบุคลิกภาพ จำนวน 13 ข้อ 6) ภาวะผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงในการบริหาร จำนวน 14 ข้อ 7) ภาวะผู้นำด้านการสร้างแรงบันดาลใจ จำนวน 23 ข้อ

  2. ความต้องการจำเป็น ได้แก่ 1) ภาวะผู้นำด้านเป้าหมายความรู้ จำนวน 26 ข้อ มีความต้องการจำเป็นมีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิทั้งหมด 2) ภาวะผู้นำด้านทักษะการทำงานเป็นทีม จำนวน 31 ข้อ ความต้องการจำเป็น มีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิ จำนวน 29 ข้อ 3) การมีทัศนคติวิสัยทัศน์ร่วม 16 ข้อ มีความต้องการจำเป็น ความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิ จำนวน 14 ข้อ 4) ปัจจัยด้านด้านคุณธรรมจริยธรรมในการจูงใจ จำนวน 13  มีความต้องการจำเป็น มีสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิทั้งหมด  5) ปัจจัยด้านการสื่อสาร นวัตกรรม เทคโนโลยี และบุคลิกภาพ จำนวน 13 ข้อ ความต้องการจำเป็นมีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิทั้งหมด 6) ภาวะผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงในการบริหาร จำนวน 14 ข้อ ความต้องการจำเป็น ความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิ จำนวน 13 ข้อ 7) ภาวะผู้นำด้านการสร้างแรงบันดาลใจ จำนวน 23 ข้อ มีความต้องการจำเป็นมีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิทั้งหมด ซึ่งแสดงว่าความต้องการจำเป็นมีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ทรงคณวุฒิในเกณฑ์ดี

  3. วิธีการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา มีดังนี้ ภาวะผู้นำด้านเป้าหมายความรู้ พัฒนาโดยวิธีการบรรยายเป็นคณะ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการระดมสมอง ด้านภาวะผู้นำด้านทักษะการทำงานเป็นทีม พัฒนาโดยวิธีการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงการฝึกฝนตนเอง และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ด้านภาวะผู้นำด้านการมีทัศนคติวิสัยทัศน์ร่วม พัฒนาโดยวิธีการประชุมทางวิชาการ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ด้าน ภาวะผู้นำด้านคุณธรรมจริยธรรมในการจูงใจ พัฒนาโดยวิธีกิจกรรมพัฒนาจิต การฝึกฝนตนเอง และการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ด้านภาวะผู้นำมีทักษะด้านการสื่อสาร นวัตกรรม เทคโนโลยี และบุคลิกภาพ พัฒนาโดยวิธีการฝึกฝนตนเองการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้านภาวะผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงในการบริหาร พัฒนาโดยวิธีการฝึกอบรมการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการประชุมเชิงปฏิบัติการ และด้านการสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาโดยวิธีการบรรยายเป็นคณะ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการระดมสมอง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วันแก้ว ธ., ลาร์เซ่น เ. ข. ., เบ้าเงิน ช., & พัฒผล ม. . (2020). ภาวะผู้นำในทศวรรษหน้าของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศิลปการจัดการ, 4(2), 399–408. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jam/article/view/240048
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ดวงกมล กลิ่นเจริญ. (2559). ผู้นำ:ความคิดสร้างสรรค์.พัฒนาเทคนิคศึกษา.14 (43) กรกฎาคมกันยายน, 46-49, สืบค้นใน http://library.uru.ac.th/rps-db/list_news.asp?Id_new=N436

นิภา แก้วศรีงาม. (2557). ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creative Thinking). วงการครู, 1(11)

รังสรรค์ ประเสริฐศรี. (2558). ภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์.

สร้อยตระกูล ติวยานนท์ อรรถมานะ. (2559). พฤติกรรมองค์การ: ทฤษฎีและการประยุกต์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เสน่ห์ จุ้ยโต. (2555). กระบวนทัศน์ใหม่การบริหารทุนมนุษย์. นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2541). ทฤษฎีการปรับพฤติกรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สัมมา รธนิธย์. (2556). ภาวะผู้นำของผู้บริหาร. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี.

อำนาจ วัดจินดา. (2560). การปรับพฤติกรรม. สืบค้นใน http://mcpswis.mcp.ac.th/html_edu/cgi-bin/mcp/main_php/print_informed.

อาภาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์. (2560). Career Development in Practice. กรุงเทพฯ: เอชอาร์เซ็นเตอร์.

Amabile, T.M. (2002). Motivation Creativity in Organization: On Doing What You Love and

Loving What You Do. California Management Review, 40(1), 39-58.

DuBrin, J. A.(2007). Leadership Research Findings, Practice, and Skills. (5th ed.). Boston: Houghton Mifflin Company.

Eysenck, H.J. (2003). Creativity and Personality: Suggestion for a Theory. Psychological Inquiry, 4(3), 147-178.

Hamner, W. C. & Organ, W.D. (2005). Organizational Behavior: An Applied Psychological Approach. Plano. Texas: Business Publications.