การพัฒนาสมาธิสำหรับเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นโดยใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษา และเปรียบเทียบสมาธิเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นก่อนและหลังการใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย - หญิง อายุระหว่าง 5 - 6 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนวัดปากบึง สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ที่มีภาวะสมาธิสั้น จำนวน 6 คน ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการประเมินพฤติกรรมที่แสดงออก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แผนการสอนกิจกรรมงานประดิษฐ์ และ แบบประเมินพฤติกรรมนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น มีลักษณะกำหนดคำตอบเป็นความเรียง 4 ระดับ ประกอบด้วยพฤติกรรมที่ประเมิน 20 พฤติกรรม การเก็บรวบรวมเพื่อการวิจัยครั้งนี้ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการทดลอง นำข้อมูลที่ได้จากการประเมินพฤติกรรมนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้นของกลุ่มตัวอย่างก่อน และหลังการทดลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างคะแนนการมีสมาธิที่เพิ่มขึ้นระหว่างก่อน และหลังการจัดกิจกรรมโดยใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์
- สมาธิสำหรับเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น
- สมาธิสำหรับเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์ พบว่าหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์ สามารถพัฒนาสมาธิเพิ่มมากขึ้น
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545. กรุงเทพฯ: คุรุสภา
นิติยา จันทะเกตุ. (2555). การพัฒนาสมาธิสำหรับเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นโดยใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พนม เกตุมาน. (2550). สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล
วรรณี วงศ์พาณิชย์. (2546). การงานอาชีพและเทคโนโลยี งานประดิษฐ์ ม.1-3. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์
อุมาพร ตรังคสมบัติ. (2546). สร้างสมาธิให้ลูกคุณ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ซันต้าการพิมพ์.