ผลของการใช้กิจกรรมศิลปะเพื่อเพิ่มความใส่ใจในการเรียนของเด็กสมาธิสั้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กิจกรรมศิลปะเพื่อเพิ่มความใส่ใจในการเรียนของเด็กสมาธิสั้น ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยมีแบบแผนการทดลองแบบ Randomized one group pretest – posttest design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เด็กสมาธิสั้นเพศชาย อายุ 5 ขวบ ที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลพญาไท 3 จำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ แผนการสอนกิจกรรมศิลปะประกอบบทเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินความใส่ใจในการเรียนก่อนและหลังการทดลอง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ความใส่ใจในการเรียนของเด็กสมาธิสั้นจากการใช้กิจกรรมศิลปะประกอบบทเรียนวิชาคณิตศาสตร์มีความใส่ใจในการเรียนเพิ่มสูงขึ้น
2. ความใส่ใจในการเรียนของเด็กสมาธิสั้นหลังจากการใช้กิจกรรมศิลปะประกอบบทเรียนคณิตศาสตร์ มีความใส่ใจในการเรียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์. (2545). เพื่อความเข้าใจเด็กสมาธิสั้น/ซนสำหรับผู้ปกครองและครู. กรุงเทพฯ: JANSSEN-CILAG.
ผดุง อารยะวิญญู. (2544). เด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: รำไทยเพรส.
พีระพงษ์ กุลพิศาล. (2545). สมองลูกพัฒนาได้ด้วยศิลปะ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ธารอักษร.
วรางคณา กันประชา. (2551). การพัฒนาความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวัยที่ทำกิจกรรมศิลปะด้วยนิ้วมือ. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
วิรุณ ตั้งเจริญ. (2539). ศิลปศึกษา. กรุงเทพฯ: โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์.
สมบุญ อุดมมุจลินท์. (2544). ผลของการเตรียมความพร้อมเรื่องการนับจำนวน 1-5 โดยใช้กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก กลุ่มอาการดาวน์ระดับก่อนประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
อุมาพร ตรังคสมบัติ. (2546). สร้างสมาธิให้ลูกคุณ. กรุงเทพฯ: ซันต้าการพิมพ์.