การค้นหาความหมายใหม่ในวัสดุเดิม

Main Article Content

เจด็จ ทองเฟื่อง

บทคัดย่อ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยในหัวข้อ “การค้นหาความหมายใหม่ในวัสดุเดิม” มีวัตถุประสงค์คือ 1)เพื่อนำวัสดุสองชนิดที่ได้มาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะสื่อผสม  2)เพื่อค้นหาความหมายที่เกิดจากวัสดุบนพื้นที่ทับซ้อนและวัตถุสำเร็จรูปในภาคอีสาน ซึ่งมีกระบวนการศึกษาที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ        


การนำวัสดุสองชนิดที่ได้มาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ โดยมีกระบวนการคือ การลงพื้นที่แลกเปลี่ยนวัสดุในพื้นที่ชุมชนในพื้นที่ซ้อนทับ 4 พื้นที่ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ชาวบ้านในพื้นที่ทำอาชีพการเกษตร วัสดุที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็น มีด จอบ เสียม และวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหาร เช่นหวด หม้อที่ใช้หุงต้มอาหาร ส่วนวัสดุสมัยใหม่ที่ใช้งานแล้วที่ได้จากบ้านเชียง จ.อุดรธานี จะเป็น ยางรถยนต์ พัดลม และเลื่อยยนต์ และวัตถุโบราณจำลองได้มาจากบ้านปราสาท จ.นครราชสีมา จากนั้นผู้วิจัยได้ลงพื้นที่ค้นหาวัสดุสำเร็จรูปจากห้างร้านในจังหวัดขอนแก่นโดยได้วัสดุสำเร็จรูปที่จะนำมาประกอบกับวัสดุเหลือใช้โดยใช้แนวคิดวะบิ-ซาบิ จำนวน 17 ชิ้น


ส่วนในด้านการค้นหาความหมายที่เกิดจากวัสดุบนพื้นที่ทับซ้อนและวัตถุสำเร็จรูปในภาคอีสานเป็นการค้นหาความหมายใหม่โดยใช้การวิเคราะห์โดยทฤษฎีสัญวิทยา เพื่อค้นหาความหมายของชิ้นงานทั้ง17 ชิ้น โดยพบว่าสามารถวิเคราะห์ผลงานที่มีความหลากหลายตามระบบของสัญญะที่จะนำไปสู่ความหมายได้ทั้ง 17 ชิ้น ซึ่งเป็นลักษณะความหมายแบบปลายเปิด อาจมีปัจจัยของสังคมและวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง หรืออาจเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้ชม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ใช้ความคิดในการตีความหมายตามประสบการณ์ของตน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองเฟื่อง เ. (2021). การค้นหาความหมายใหม่ในวัสดุเดิม. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(2), 287–304. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/fakku/article/view/245965
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คอนเซ็ปชวล อาร์ต มโนทัศนศิลป์. (2552). ค้นเมื่อ 4 มกราคม 2561, จาก http://www.designer.co.th/1284

โคเรน, แอล. (2546). วะบิ-ซะบิ สำหรับศิลปิน นักออกแบบ กวี นักปรัชญา (กรินทร์ กลิ่นขจร, ผู้แปล). กรุงเทพฯ : สวนเงินมีมา.

จันทนี เจริญศรี. (2545). โพสต์โมเดิร์นกับสังคมวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : วิภาษา.

ไชยรัตน์ เจริญโอฬาร. (2555). สัญวิทยาโครงสร้างนิยม หลังโครงสร้างนิยมกับการศึกษารัฐศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : วิภาษา.