"Eng Ko" : Colors Pattern To cre “เอ็งกอ” : สีสัน ลวดลาย สู่การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม “เอ็งกอ” : สีสัน ลวดลาย สู่การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมา “เอ็งกอ” คณะศาลเจ้าปู่-ย่า จังหวัดอุดรธานี เพื่อศึกษาสีสัน ลวดลาย “เอ็งกอ” ศาลเจ้าปู่-ย่า จังหวัดอุดรธานี และเพื่อสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตการณ์ ผู้วิจัยได้ใช้ทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม แนวคิดทฤษฎีการปรับปรนทางวัฒนธรรม และทฤษฎีสุนทรียะศาสตร์ มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ จากการศึกษาพบว่า “เอ็งกอ” มีการแสดงในประเทศไทยครั้งแรกราวๆ ปี พ.ศ. 2480-2485 โดยคณะกรรมการศาลเจ้าจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในเวลาไล่เลี่ยกันนี้ก็เกิดคณะ “เอ็งกอ” อีกหนึ่งคณะที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และต่อมาในปี พ.ศ. 2488 จึงเกิดคณะ “เอ็งกอ” ศาลเจ้าปู่-ย่า จังหวัดอุดรธานี และถือว่าเป็นคณะ “เอ็งกอ” ที่ใหญ่ที่สุด มีการแสดงที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบัน ทั้งนี้เนื่องจากเป็นคณะที่มีการแสดงต่อเนื่องมากกว่า 60 ปีแล้ว การแสดงมีองค์ประกอบที่สวยงามด้วย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะการแต่งหน้านักแสดง ด้วยสีสัน ลวดลาย ที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบเก่าดั้งเดิมกับรูปแบบสมัยใหม่ เทคนิคในการใช้สีก็มีความสดใสคงทนไม่มีผลข้างเคียงต่อนักแสดง และยังเป็นคณะที่มีการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจกับจังหวะ แสง สี เสียง อันตระการตา นอกจากนี้ผลการศึกษา “เอ็งกอ” : สีสัน ลวดลาย สู่การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม ยังทำให้ทราบถึงความสำคัญด้านกิจกรรม ที่สามารถทำให้ชาวชุมชนในเมืองอุดรธานีมีความรัก ความสามัคคีกลมเกลียวกัน โดยมีสื่อกลาง คือ วัฒนธรรมการแสดง “เอ็งกอ” ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นวัฒนธรรมการแสดงอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด และเป็นความภาคภูมิใจอย่างมากให้แก่ชุมชน ซึ่งคณะ “เอ็งกอ” ศาลเจ้าปู่-ย่า ยังได้รับการเชื้อเชิญให้ไปแสดงตามจังหวัดต่างๆ อยู่เป็นประจำ นอกจากจะเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวจีนแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่แนวคิดที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับ หลักคิด “ขงจื้อ” ที่ว่าด้วยความกตัญญู ความเสียสละ และความสามัคคี แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วย ดังนั้นการศึกษานี้จึงเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญต่อการนำไปสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม ที่มุ่งเน้นแสดงออกถึงความงาม ผ่านสีสัน ลวดลาย อันปรากฏบนใบหน้านักแสดง “เอ็งกอ” เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงคุณค่า เอกลักษณ์ ซึ่งไม่ว่าจะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานเพียงใดสิ่งที่สั่งสมกันมาอย่างยาวนานจากบรรพบุรุษนี้จะยังคงอยู่สืบไป
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
จิรวัฒน์ พิระสันต์. (2556). รายงานการวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะการแสดงเอ็งกอกับคววามหลายหลายทางชาติพันธุ์ จังหวัดนครสวรรค์. กรุงเทพฯ : สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
ถาวร สิกขโก. (2550). งิ้วหรืออุปรากรจีน อีกหนึ่งภาพสะท้อนทางวัฒนธรรมของชาวจีนกับชาวไทยที่มีมาเนิ่นนานนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน. นครสวรรค์ : ก.ปั้นมณี.
ภิญโญ นิโรจน์. (2555). เล่าขานตรุษจีนปากน้ำโพ. นครสวรรค์ : สำนักงานศิลปวัฒนธรรม. มหาวิทยาลัย
ราชภัฏนครสวรรค์.
มาลินี ดิลกวาณิช. (2553). อุปรากรจีน (งิ้ว). กรุงเทพฯ : สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา.
สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์. (2554). การสืบทอดสื่อพื้นบ้านเอ็งกอเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี. ชลบุรี : ภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
สุชาติ แสงทอง และคณะ. (2559). 100 ปี วิถีปากน้ำโพ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดนครสวรรค์. ปัตตานี : สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
สุรชัย วิสุธากุล. (2559). ศตวรรษแห่งศรัทธาตรุษจีน 100 ปี สืบสารประเพณีแห่จ้าวพ่อ–จ้าวแม่ปากน้ำโพ.นครสวรรค์ : วิสุทธิ์การพิมพ์.
แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย. (2550). วิถีจีน-ไทยในสังคมสยาม. กรุงเทพฯ : มติชน.