การจำแนกประเภทศิลปะจัดวางในไทยโดยทฤษฎีของมาร์ค โรเซนทอล
Main Article Content
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันวิธีการสร้างสรรค์ศิลปะของไทยได้ถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายในด้านการนำเสนอผลงานมากขึ้นไม่ว่าจะด้วยเทคนิคเฉพาะตนของศิลปิน หรือการนำเอาวัสดุ และสื่ออื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ศิลปะจัดวางจึงถือเป็นกระแสทางศิลปะที่แตกออกมาจากศิลปะมโนทัศนศิลป์ (Conceptual Art) ซึ่งเป็นนิยมอย่างมากในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย แต่ศิลปะจัดวางยังไม่มีการจำแนกแจกแจงในเรื่องรูปแบบอย่างชัดเจน ในบทความนี้จึงนำเอาหลักทฤษฎีของมาร์ค โรเซนทอล (Mark Rosenthal) มาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการจำแนกประเภทศิลปะจัดวางในไทยให้เกิดความเข้าใจได้โดยง่าย ซึ่งหลักทฤษฎีนี้ประกอบไปด้วย 1. จัดวางเติมพื้นที่ว่าง (Filled – Space Installation) ประกอบไปด้วย 2 ลักษณะคือ 1.1 จัดวางเติมพื้นที่ว่าง : ตื่นตาตื่นใจ (Filled – Space Installation: Enchantments) และ 1.2 จัดวางเติมพื้นที่ว่าง: แปลงโฉมจัดฉาก (Filled – Space Installation: Impersonations) 2. จัดวางเฉพาะที่ (Site – Specific Installation) ประกอบไปด้วย 2 ลักษณะคือ 2.1 จัดวางเฉพาะที่: บุกรุกแทรกแซง (Site – Specific Installation: Interventions) และ 2.2 จัดวางเฉพาะที่: สัมพันธ์กลมกลืน (Site – Specific Installation: Rapprochements) โดยผู้วิจัยได้นำเอาหลักทฤษฎีดังกล่าวมาเป็นเกณฑ์ในการจำแนกรูปแบบผลงานของศิลปินไทยจำนวน 4 ท่าน พร้อมกับยกตัวอย่างผลงานท่านละ 1 ผลงาน คือพัดยศ พุทธเจริญ ในผลงานชุดปริเปลือก เปลื้อง (Shed the Shells) ปี พ.ศ. 2546, กมล เผ่าสวัสดิ์ ในผลงานชุดหนีเสือปะจระเข้ (Dilemma) ปี พ.ศ. 2543, สุธี คุณาวิชญานนท์ ในผลงานชุดห้องเรียนประวัติศาสตร์ (History Class) ปี พ.ศ. 2543 และนิพันธ์ โอฬารนิเวศน์ ผลงานชุดคิดถึงคาริล ยิบราน (Window of Rethinking: Homage to Karhil Gibran) ปี พ.ศ. 2541 ซึ่งจากการศึกษาผู้วิจัยพบว่าหลักทฤษฎีดังกล่าวหากนำมาวิเคราะห์ผลงานที่มีลักษณะเป็นศิลปะจัดวางของศิลปินไทยทุกผลงานนั้น ยังไม่มีความคลอบคลุมเพียงพอเนื่องจากการสร้างศิลปะจัดวางของศิลปินไทยในปัจจุบันมักสร้างสรรค์ผลงานให้มีความผสมผสานวิธีการทางศิลปะจัดวางข้ามศิลปะรูปแบบอื่นหลากหลายรูปแบบ เช่น เป็นศิลปะจัดวางควบคู่กับศิลปะแสดงสด หรือเป็นศิลปะจัดวางที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม หรือบางผลงานก็เป็นศิลปะสื่อผสมควบคู่กับการจัดวาง ฯ ดังนั้นบทความในผลงานวิจัยชุดนี้จึงเป็นการอธิบายหลักเกณฑ์ทฤษฎี พร้อมยกตัวอย่างผลงานศิลปะจัดวางของศิลปินไทยในลักษณะเป็นศิลปะจัดวางที่เข้าไปจัดการกับพื้นที่เท่านั้น เพื่อให้นักศึกษาศิลปะหรือบุคคลทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องศิลปะจัดวางมากยิ่งขึ้น และอาจนำหลักเกณฑ์ทฤษฎีดังกล่าวไปใช้เพื่อพิจารณาผลงานศิลปะจัดวางต่อไปในอนาคต
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
พัดยศ พุทธเจริญ. (2546). Mind Fulness. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. (สุจิบัตร).
ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์. (2561). Conceptual Art ศิลปะแห่งความคิดที่ละทิ้งความงามและต่อต้านความสูงส่ง. ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2561, จาก https://themomentum.co/conceptual-art/
วิโชค มุกดามณี. (2545). สื่อประสมและศิลปะแนวจัดวางในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สมพร รอดบุญ. (2551). สูจิบัตรการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 54. กรุงเทพฯ : ศูนย์ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. (สุจิบัตร).
สรรเสริญ สันติธญะวงศ์. (2560). ศิลปะในศตวรรษที่ 20 พัฒนาการและจุดเปลี่ยนจากศิลปะสมัยใหม่ถึงหลังสมัยใหม่. นครปฐม : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุธี คุณาวิชยานนท์. Visual Works. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2563, เข้าถึงได้จาก http://rama9art.org/sutee/visual.html