รูปแบบการสร้างสรรค์ลายพิณในเพลงลูกทุ่งอีสานของ เรวัฒน์ สายันเกณะ (หนุ่ม ภูไท)
Main Article Content
บทคัดย่อ
หนุ่ม ภูไท เป็นหนึ่งในนักเรียบเรียงเสียงประสานที่นำเครื่องดนตรีพิณมาสร้างสรรค์ผลงานเพลง โดยเฉพาะ เพลงลูกทุ่งอีสาน การนำเอาทำนองลายพิณมาใช้สร้างเป็นท่วงทำนองเพลงลูกทุ่งอีสานจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและผลงานของ เรวัฒน์ สายันเกณะ (หนุ่ม ภูไท) 2) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการสร้างสรรค์ลายพิณในเพลงลูกทุ่งอีสานของ เรวัฒน์ สายันเกณะ (หนุ่ม ภูไท) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสำรวจเบื้องต้น แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกต ข้อมูลภาคสนามได้จากการสัมภาษณ์ และการสังเกต จากกลุ่มผู้รู้ จำนวน 6 คน และกลุ่มผู้ปฏิบัติ จำนวน 1 คน และนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้
- ประวัติความเป็นมาและผลงานของ เรวัฒน์ สายันเกณะ เริ่มฝึกหัดเครื่องดนตรีพิณตั้งแต่อายุ 10 ปี จากปู่ของตน มีทั้งหมด 3 ลาย ได้แก่ ลายเกริ่น ลายภูไท และลายลำเพลิน ต่อมาช่วง พ.ศ. 2509 ร่วมฝึกหัดกีต้าร์ และได้ร่วมเล่นกับวงดนตรีรำวงคณะ ดอกฟ้าภูไท ตำแหน่งมือพิณ ย้ายไปทำงานกรุงเทพฯ พ.ศ. 2515 เล่นดนตรีที่ร้านอาหาร ตำแหน่งมือ กีต้าร์ จากนั้นได้เริ่มเข้าสู่การบันทึกเสียงครั้งแรก จากการชักชวนของ สรเพชร ภิญโญ ผลงานการสร้างสรรค์เพลงชุดที่ 3 ชุดหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ เป็นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยเพลง หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ ขับร้องโดย สรเพชร ภิญโญ และน้องนุช ดวงชีวัน ปี พ.ศ. 2524 เป็นที่นิยมและยอมรับของแฟนเพลงจนได้รับรางวัลเกียรติบัตรแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ปี พ.ศ. 2525 ต่อมาจึงเป็นที่รู้จักกันในนาม “หนุ่ม ภูไท” นักเรียบเรียงเสียงประสาน ผลงานที่ได้รับรางวัลและสร้างชื่อมีมากมาย เช่น พ.ศ. 2540 รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน เพลง สั่งนาง จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่อดีต หนุ่ม ภูไท ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสร้างสรรค์งานเพลงให้แก่ศิลปิน นักร้อง เพลงลูกทุ่งในเมืองไทย เช่น หยาด นภาลัย, ศิริพร อำไพพงษ์, จินตหรา พูนลาภ, เฉลิมพล มาลาคำ อีกทั้งเพลงที่สร้างสรรค์ออกมายังติดตลาดเป็นที่นิยมแก่แฟนเพลงอยู่เสมอ ปัจจุบันนายเรวัฒน์ สายันเกณะ ทำห้องบันทึกเสียง “หนุ่ม ภูไท สตูดิโอ” และเปิดสอนผู้ที่สนใจเรียนเครื่องดนตรีพิณอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร
- ผลการวิเคราะห์รูปแบบการสร้างสรรค์ลายพิณในเพลงลูกทุ่งอีสานของ เรวัฒน์ สายันเกณะ ผู้วิจัยวิเคราะห์จำนวน 3 บทเพลง ได้แก่ 1) เพลงสาวนาหารัก 2) เพลงลำน้ำพอง3) เพลงสั่งนาง พบว่า ท่วงทำนองลายพิณสร้างจากโครงสร้างของทำนองลายพื้นบ้านอีสาน มี 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบทำนองลายหลัก คือ ลายเพลง ท่อน Intro Solo Coda และรูปแบบทำนองเสริม คือ ลายพิณที่บรรเลงในแต่ละท่อนเพลง โดยใช้ตัวโน้ตในกลุ่มบันไดเสียงอยู่ 2 ชนิด คือ Minor pentatonic กับ pentatonic scale ในแต่ละเพลงแบ่งออกเป็นรูปแบบทำนอง คือ
ทำนองหลัก เป็นการเคลื่อนทำนองแบบตามขั้น (Conjunct motion) และทำนองแบบข้ามขั้น (Disjunct motion) เป็นการเคลื่อนที่ของตัวโน้ตตัวที่ 1 ไปยังตัวโน้ตตัวที่ 2 3 4 5 6 และ 7 ในลักษณะ คู่ 1 2 3 4 5 6 และ 7 ไปในทิศทางทั้งขึ้น ลง และคงที่ ทำนองส่วนใหญ่จัดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัวโน้ต การสร้างทำนองเคลื่อนที่จากตัวโน้ตตัวแรกไปยังตัวโน้ตท้ายของแต่ละทำนองเป็นการสร้างสลับกลับไป-มา อยู่ในโครงสร้างเดียวกัน
ทำนองเสริม รูปแบบทำนองพบว่ามี่ทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ 1) ทำนองลายด้น (Improvised) 2) ทำนองลายจังหวะ หรือ ลาย Rhythm และ 3) ลายสร้อย (Counterpoint) เป็นการเคลื่อนทำนองแบบตามขั้น (Conjunct motion) และทำนองแบบข้ามขั้น (Disjunct motion) เป็นการเคลื่อนที่ของตัวโน้ตตัวที่ 1 ไปยังตัวโน้ตตัวที่ 2 3 4 5 และ 6 ในลักษณะ คู่ 1 2 3 4 5 และ 6 ไปในทิศทางทั้งขึ้น ลง และคงที่ ตัวโน้ตในบทเพลงอยู่ในโครงสร้างของทำนองเดียวกัน
จากผลการวิจัยพบว่า นายเรวัฒน์ สายันเกณะ (หนุ่ม ภูไท) สร้างสรรค์ลายพิณในเพลงลูกทุ่งอีสาน จากท่วงทำนองลายทั้งหมด 4 รูปแบบ คือ 1) ลายพื้นบ้านอีสาน 2) ทำนองลายด้น (Improvised) 3) ทำนองลายจังหวะ หรือ ลาย Rhythm และ 4) ลายสร้อย (Counterpoint)
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี. (2536). วัฒนธรรมอินเดียในดนตรีไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดนตรีไทยอุดมศึกษาครั้งที่ 23. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุกัญญา ภัทราชัย. (2532).วัฒนธรรมพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา.
รุ่งสุริยา เมืองเหลา. (2537). ภาพสะท้อนสังคมอีสานซึ่งปรากฏในบทเพลงที่พรศักดิ์ ส่องแสงขับร้อง. ปริญญานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกภาษาไทย (เน้นมนุษยศาสตร์). มหาสารคาม :มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.