ระบำกัลปพฤกษ์ : นาฏยประดิษฐ์เพื่อการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Main Article Content

สิทธิรัตน์ ภู่แก้ว

บทคัดย่อ

วิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สร้างสรรค์ และเผยแพร่การแสดงชุด ระบำกัลปพฤกษ์ ซึ่งเป็นผลงานนาฏยประดิษฐ์ใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเป็นแนวทางในการศึกษาและสร้างสรรค์  ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากความงามและความสำคัญของดอกกัลปพฤกษ์ ดอกไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น  สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยรูปแบบนาฏศิลป์ไทยราชสำนักผสมผสานกับเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน  ถ่ายทอดผ่านบทร้อง ดนตรี การแต่งกาย  และกระบวนท่ารำ


          จากการวิจัย  พบว่า  ระบำกัลปพฤกษ์เป็นนาฏยประดิษฐ์ในลักษณะนาฏศิลป์พันทาง คือ การผสมผสานความเป็นนาฏศิลป์ไทยราชสำนักร่วมกับนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสาน  การแสดงแบ่งออกเป็น  3  ช่วง  คือ 1.แคนเคล้าเยาวมาลย์  2.ร่ายฟ้อนรำทำท่าออกลีลากอปรบทกลอน  และ 3.ม่วนสราญอีสานโฮแซว  ใช้  ผู้แสดงเป็นหญิงล้วนจำนวน 8 คน  แต่งกายเลียนแบบการแต่งกายของสตรีในราชสำนัก ใช้สีชมพูและสีขาวแทนสัญลักษณ์ของดอกกัลปพฤกษ์  กระบวนท่ารำสามารถแบ่งได้เป็น  2  แบบ  คือ  1.การฟ้อนรำประกอบคำร้อง ซึ่งใช้ท่ารำดั้งเดิมตามจารีตของนาฏศิลป์ไทยราชสำนัก ได้แก่ เพลงช้า เพลงเร็ว แม่ท่า นาฏยศัพท์ และภาษาท่ารำ  และ 2.การฟ้อนประกอบเพลงบรรเลง  ซึ่งประยุกต์ท่าฟ้อนมาจากท่าฟ้อนกลองยาวอีสาน จึงเกิดท่าทางที่มีการโย้ตัว ย่อเข่า  และก้าวเท้าแบบไม่ห่มเข่า  ประพันธ์บทร้องโดย ผศ.ดร.จตุพร  สีม่วง  มีเนื้อความกล่าวถึงความงามและความหมายของดอกกัลปพฤกษ์  ส่วนดนตรีประพันธ์ โดย อาจารย์มนตรี  พันธ์รอด ซึ่งกำหนดใช้เพลงไทยสำเนียงลาวอัตราสองชั้นและประพันธ์เพลงสำเนียงลาวชั้นเดียวขึ้นใหม่เพื่อสร้างความสนุกสนานในตอนท้ายเพลง


ระบำกัลปพฤกษ์เป็นผลจากการศึกษาองค์ความรู้ดั้งเดิมด้านนาฏศิลป์เป็นพื้นฐานความรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ ด้วยการนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาบูรณากาลร่วมกับแนวคิด  หลักการ  ของนักวิชาการ  นาฏยาจารย์  และศิลปินแห่งชาติ  เพื่อหลอมรวมและก่อเกิดเป็นนาฏศิลป์สร้างสรรค์รูปแบบพันทางที่มีความเรียบง่าย  สบายตา  มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันระหว่าง  บทร้อง  ดนตรี  การแต่งกาย  กระบวนท่ารำ  และรูปแบบการแปรแถว  กลายเป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำของการแสดงเพื่อใช้สำหรับประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยวขอนแก่นได้เป็นอย่างดี


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภู่แก้ว ส. (2018). ระบำกัลปพฤกษ์ : นาฏยประดิษฐ์เพื่อการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 10(2), 350–372. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/fakku/article/view/167028
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เครือจิต ศรีบุญนาค. (2534). การฟ้อนรำของชาวไทยเขมรในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาไทยคดีศึกษา(เน้นมนุษยศาสตร์) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

จุฑามาศ กิจเจริญ. (2539). การประชาสัมพันธ์. กรุงเทพ ฯ : ศูนย์ตำราอาจารย์นิมิตจิวะสันติการ.

พจน์มาลย์ สมรรคบุตร. (2538). แนวการคิดประดิษฐ์ท่ารำเซิ้ง. อุดรธานี : สถาบันราชภัฏอุดรธานี สำนักงานส่งเสริมวิชาการ.

ภัทรวดี ภูชฎาภิรมย์. (2552). วัฒนธรรมดนตรีและเพลงพื้นเมืองภาคกลาง. กรุงเทพ ฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (2558). ประวัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น. สืบค้นเมื่อ 30 ธันวาคม 2558 จาก www.kku.ac.th.

โมฬี ศรีแสนยงค์. (2555). สุนทรียะทางนาฏศิลป์และศิลปะการแสดง. พิมพ์ครั้งที่ 4. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

สุมิตร เทพวงษ์. (2541). นาฏศิลป์ไทย : นาฏศิลป์สำหรับครูประถม. กรุงเทพ ฯ: โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์.

สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2547). หลักการแสดงนาฏยศิลป์ปริทรรศน์. กรุงเทพ ฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อมรา กล่ำเจริญ . (2542). สุนทรียนาฏศิลป์ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮ้าส์.