ดนตรีประกอบพิธีกรรมเลี้ยงหอเจ้าเฮือนสามพระองค์
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องดนตรีประกอบพิธีกรรมเลี้ยงหอเจ้าเฮือนสามพระองค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของดนตรีในพิธีกรรมเลี้ยงหอเจ้าเฮือนสามพระองค์ และเพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางดนตรีในพิธีกรรมเลี้ยงหอเจ้าเฮือนสามพระองค์ ผลการศึกษาพบว่า บทบาทของดนตรีในพิธีกรรมเลี้ยงหอเจ้าเฮือนสามพระองค์ มีทั้งหมด 7 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความเชื่อ 2) ด้านการใช้เป็นวงประโคม 3) ด้านสื่อกลางระหว่างการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 4) ด้านการสร้างอารมณ์และความรู้สึกร่วมในการประกอบพิธีกรรม 5) ด้านเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น 6) ด้านการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรม และ7) ด้านสัญญาณ โดยพิธีกรรมเลี้ยงหอเจ้าเฮือนสามพระองค์จะจัดขึ้นในเดือน 6 ทางจันทรคติของทุกปีก่อนฤดูเพาะปลูก ซึ่งเครื่องดนตรีประกอบพิธีกรรม ได้แก่ แคน และฆ้อง ถือเป็นเครื่องดนตรีที่มีบทบาทสำคัญต่อการประกอบพิธีกรรม ทำนองแคนประกอบพิธีกรรมประกอบด้วยลายดนตรีพื้นบ้านทั้งหมด 13 ลาย เช่น ลายเลาะบ้านยาวใหญ่ ลายศรีโคตรบูรณ์ และลายลำเพลิน ช่วงเสียงของแคนมีช่วงเสียงจากลาต่ำไป จนถึงลาสูง บรรเลงอยู่ใน 3 กลุ่มเสียง คือ กลุ่มเสียงทางใหญ่ กลุ่มเสียงทางน้อย และกลุ่มเสียงทางเซ โดยบทเพลงบรรเลงอยู่ในอัตราจังหวะสองธรรมดา ซึ่งทำนองฆ้องบรรเลงอย่างสม่ำเสมอทุกห้องเพลง คล้ายกับจังหวะเคาะ โดยลายแคนประกอบพิธีกรรม ฯ ชุดที่ 1 ประกอบด้วยชีพจรจังหวะทั้งหมด 8 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มที่ 3 เป็นชีพจรจังหวะหลักในการบรรเลง และมีทิศทางลงมากที่สุด ลายแคนประกอบพิธีกรรม ฯ ชุดที่ 2 ประกอบด้วยชีพจรจังหวะทั้งหมด 25 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มที่ 4 เป็นชีพจรจังหวะหลักในการบรรเลง และมีทิศทางคงที่มากที่สุด โดยการบรรเลงชีพจรจังหวะของทำนองแคนมีการบรรเลงโน้ตบ่อยครั้งกว่าทำนองฆ้อง ซึ่งความถี่ของตัวโน้ตในการบรรเลงทำนองฆ้องสม่ำเสมอทุกห้องเพลง และสีสันของบทเพลงที่พบในดนตรีประกอบพิธีกรรมเลี้ยงหอเจ้าเฮือนสามพระองค์ มีสีสันในการสร้างอารมณ์ให้สอดคล้องกับการประกอบพิธีกรรม ตั้งแต่สร้างความเข้มขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงสร้างความสนุกสนานให้กับพิธีกรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ณัชชา พันธุ์เจริญ. (2551). สังคีตลักษณ์และการวิเคราะห์. กรุงเทพฯ : เกศกะรัต.
ดวงใจ อมาตยกุล. (2533). ดนตรีตะวันออก. กรุงเพทฯ : ภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทวีศักดิ์ นพเกษร. (2548). วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เล่ม 1 คู่มือปฏิบัติการวิจัยประยุกต์เพื่อพัฒนาคน องค์กร ชุมชน สังคม. นครราชสีมา : ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย.
บุญยงค์ เกศเทศ. (2540). บูชาพญาแถน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ประเวศ วะสี. (2530). การสร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทยเพื่อการพัฒนา. ชุมชนพัฒนา, 5, 72–90.
พระธรรมราชานุวัตร. (2530). อุรังคนิทาน ตำนานพระธาตุพนม (พิศดาร). [ม.ป.ท.: ม.ป.พ.].
ยุทธภัณฑ์ เตชะแก้ว. (2540). พิธีกรรมและระบบความเชื่อการลำผีฟ้าในภาคอีสาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการศึกษานอกระบบ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ศิราพร ณ ถลาง. (2548). ทฤษฎีคติชนวิทยา: วิธีวิทยาในการวิเคราะห์ตำนาน-นิทานพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ : ศูนย์คติชนวิทยาและภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุกรี เจริญสุข. (2538). ฟังดนตรีอย่างไรให้ไพเราะ. กรุงเทพฯ : การศาสนา.
เสาวลักษณ์ อนันตศานต์. (2543). ทฤษฎีคติชนและวิธีการศึกษา Folklore Theory Techniques. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
หิรัญ จักรเสน. (2560). ดนตรีพื้นเมืองขั้นแนะนำ. ขอนแก่น : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.