ภาษาจ้วง: ภาษาไทในประเทศจีนตามทรรศนะของนักวิชาการจีน

Main Article Content

Metcha Sodsonghrit

บทคัดย่อ

          นักวิชาการจีนจัดภาษาจ้วงไว้ในตระกูลจีน-ทิเบต สาขาภาษาจ้วง-ต้ง ในสาขานี้มีสมาชิกที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศจีนอยู่สามภาษา ได้แก่ ภาษาไต ภาษาปู้อี และภาษาจ้วง ซึ่งทั้งสามภาษานี้มีความใกล้ชิดเป็นระนาบเดียวกันกับภาษาไทย นั่นก็หมายความว่าภาษาทั้งสามนี้เป็นภาษาที่มีความใกล้ชิดกับภาษาไทยมากที่สุด บทความนี้มุ่งนำเสนอข้อมูลทางภาษาศาสตร์ของชนกลุ่มน้อยเผ่าจ้วงในประเทศจีน ตามทรรศนะ ของนักวิชาการจีน เนื้อหาของบทความนำเสนอประเด็นสำคัญสองเรื่องคือ 1.ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเรียกและถิ่นที่อยู่ และ 2.ข้อมูลทางภาษา มีรายละเอียดเกี่ยวกับ (1) ระบบเสียง (2) ระบบคำ (3) ระบบไวยากรณ์ (4) การยืมคำ (5) ภาษาถิ่น และ (6) ตัวอักษร จากการสำรวจข้อมูลพบว่า แม้ว่าในประเทศไทยจะมีผลงานการศึกษาเกี่ยวกับภาษาจ้วงบ้างแล้ว     ส่วนใหญ่เป็นผลงานในรูปแบบของพจนานุกรมหากแต่ยังไม่มีข้อมูลที่นำเสนอให้เห็นถึงแนวคิดและทรรศนะของนักวิชาการจีน บทความนี้จึงนำเสนอเพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับนักวิชาการชาวไทยได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Sodsonghrit, M. (2015). ภาษาจ้วง: ภาษาไทในประเทศจีนตามทรรศนะของนักวิชาการจีน. วารสารกระแสวัฒนธรรม, 16(30), 68–81. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/cultural_approach/article/view/58455
ประเภทบทความ
Academic Article

เอกสารอ้างอิง

[1] เธียรชัย เอี่ยมวรเมธ. (2541). พจนานุกรมจีน-ไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: อักษรพิทยา.

[2] ปราณี กุละวณิชย์. (2535). พจนานุกรมจ้วงใต้ – ไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

[3] เมชฌ สอดส่องกฤษ. (2552). เสียงปฏิภาค /r/,/k/,/kh/ และเสียงปฏิภาคอื่นๆ: หลักฐานความสัมพันธ์ของภาษาจีนกับภาษาไทยในฐานะภาษาร่วมตระกูล. วารสารมนุษยศาสตร์ปริทรรศน์. 31 (ประจำภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2552).

[4] เมชฌ สอดส่องกฤษ. (2553). การศึกษาวิเคราะห์ทางภาษาศาสตร์เชิงประวัติศาสตร์ของภาษาตระกูลไท-จีนเรื่อง ความสัมพันธ์ของเสียง / h / ในภาษาไทยถิ่นอีสานกับเสียง / h / ในภาษาจีน. วารสารศิลปศาสตร์. 2(2), 68-90.

[5] เมชฌ สอดส่องกฤษ. (2554). การศึกษาทางภาษาศาสตร์เชิงประวัติศาสตร์เรื่อง คำศัพท์ร่วมเชื้อสายไท-จีนในภาษาไทยถิ่นอีสาน. The Journal of the Faculty of Liberal Arts. 7(2), 125-149.

[6] เมชฌ สอดส่องกฤษ. (2554). สารานุกรมชนกลุ่มน้อยในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน. อุบลราชธานี:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

[7] เมชฌ สอดส่องกฤษ. (2557). ภาษาปู้อี : ภาษาที่ใกล้ชิดกับภาษาไทยในประเทศจีน. วารสารกระแสวัฒนธรรม.28(15), 67-76.

[8] เมชฌ สอดส่องกฤษ และฉวีวรรณ ว่องเจริญกุล. (2557). ชนกลุ่มน้อยเผ่าไต: พี่น้องเผ่าไทในสิบสองปันนาสาธารณรัฐประชาชนจีน. วารสารกระแสวัฒนธรรม. 27(15), 51-64.

[9] สมทรง บุรุษพัฒน์ และคณะ. (2539). ภาษาและวัฒนธรรมของชนชาติกัม-ไท (จ้วง-ต้ง): รายการคำศัพท์. กรุงเทพฯ: บริษัทสหธรรมิกจำกัด.

[10] สมทรง บุรุษพัฒน์ และฉินเชียวหาง. (2549). พจนานุกรมจ้วงเหนือ-จีน-ไทย-อังกฤษ. กรุงเทพฯ: เอกพิมพ์ไท.

[11] สุริยา รัตนกุล. (2548). นานาภาษาในเอเชียอาคเนย์: ภาษาตระกูลไท. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก.

[12] Somsong Burusphat and Qin Xiaohang. (2012). Zhuang Word Structure. Journal of Chinese Linguistics. 40(1), 56-83.

[13] 韦庆稳,覃国生. (1980). 《壮语简志》. 北京:民族出版社. (เหว่ยชิ่งเหวิ่น และถานกว๋อเซิง. (1980). ปริทรรศน์ภาษาจ้วง. ปักกิ่ง: สำนักพิมพ์ชาติพันธุ์) องค์ความรู้ภูมิปัญญากลุ่มชาติพันธุ์ภาคกลาง. (ม.ป.ป.). วันที่ค้นข้อมูล 15 มีนาคม 2558, เว็บไซต์
https://www.thaiethnicity.com

[14] 波涛魔涯,笔名. (2007).《浅议傣史溯源》(新华网) 搜索日期.2015年3月10日. (Botaomoya (นามปากกา). (2550). เสวนาการสืบสาวประวัติศาสตร์ไต. วันที่ค้นข้อมูล 10 มีนาคม 2558, จาก Xinhua Wang เว็บไซต์ https://bncdcywm.home.news.cn/blog/a/010100017BB5012049E7FBFE .html)