ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ผู้แต่ง

  • Akapol Varchirawatt Valaya Alongkorn Rajabhat University
  • Mintra Thongsiri

คำสำคัญ:

ปัจจัย, การเลือกรูปแบบ, รูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK), นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2) เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ให้กับผู้สอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1-5 สาขาวิชาภาษาจีน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 78 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้านปัจจัยภายนอกและด้านปัจจัยภายใน ภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก ปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง คือ ความรู้ด้านคำศัพท์ภาษาจีนโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.15 (S.D. = 0.94) คิดเป็นร้อยละ 83 รองลงมา คือ ระยะเวลาในการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) แต่ละระดับ โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.14 (S.D. = 0.81) คิดเป็นร้อยละ 82.8 และปัจจัยที่ส่งผลน้อยที่สุด คือ ทักษะการเขียนตัวอักษรจีน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.45 (S.D. = 1.17) คิดเป็นร้อยละ 69 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์คำถามปลายเปิด พบว่า รูปแบบการสอบแบบเขียนและรูปแบบการสอบทางอินเทอร์เน็ต เป็นปัจจัยส่งผลต่อการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) เพราะทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกัน มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน โดยข้อดีของรูปแบบการสอบแบบเขียน คือ ผู้สอบสามารถจัดการเวลาในการสอบได้ สามารถย้อนกลับไปทำข้อที่เว้นไว้ได้ ข้อเสีย คือ การสอบแบบเขียนต้องใช้เวลาเขียนอักษรจีน หากไม่สามารถเขียนตัวอักษรจีนได้ จะทำให้เสียคะแนนส่วนนี้ไป ส่วนข้อดีของรูปแบบการสอบแบบอินเทอร์เน็ต คือ ช่วยประหยัดเวลาในการทำข้อสอบ ไม่เสียเวลาในการเขียนตัวอักษรจีน ข้อเสีย คือ ในการทำข้อสอบไม่สามารถย้อนกลับไปทำข้อที่เว้นไว้ได้ หากผู้สอบไม่มีประสบการณ์ในการสอบแบบอินเทอร์เน็ต อาจทำให้ทำข้อสอบไม่ทัน หรือเกิดข้อผิดพลาดในขณะสอบได้ และระดับการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) เพราะการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) แต่ละระดับมีความแตกต่างกัน ในการสอบแต่ละครั้งต้องพิจารณาจากระดับของการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ที่จะสอบ หากสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ในระดับที่สูงขึ้น คำศัพท์จะยากขึ้น จำนวนข้อจะมากและยากขึ้นตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

พิชัย แก้วบุตร. (2562). นโยบายทางภาษาในการเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีน ผ่านการทดสอบวัดระดับภาษาจีน. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 14(2), 3.

ยุพดี หวลอารมณ์. (2559). รายงานวิจัยเรื่องศึกษาผลสำฤทธิ์การสอบวัดระดับภาษาจีนของนักศึกษาสาขาภาษาจีนธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

สุพิชฌาย์ ทวีธนวิริยา, สุกัญญา วศินานนท์ และ Liu Jiaxiang. (2559). กลยุทธ์พิชิตการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนแบบใหม่ระดับ 4. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, 10(2), 2-3.

อดิเรก นวลศรี และปิยนันต์ คล้ายจันทร์. (2558). ความต้องการในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครปากเกร็ด. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 7(2), 2.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

Varchirawatt, A., & Thongsiri, M. (2021). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. วารสารวิชาการภาษาและวัฒนธรรมจีน, 8(1), 151–166. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/clcjn/article/view/245849

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย