การศึกษาเชิงเปรียบเทียบหลักอหิงสาในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับศาสนาเชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ ศึกษาเชิงเปรียบเทียบหลักอหิงสาในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับศาสนาเชน โดยหลักอหิงสาในพระพุทธศาสนาเถรวาท คือ การไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นธรรมของสัตบุรุษ ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลกมี 3 คือ ไม่เบียดเบียนทางกาย วาจาและใจ ตัดสินที่เจตนา หลักธรรมที่เกื้อกูลอหิงสา คือ เมตตา กรุณา อโทสะ อัพยาบาทและสัปปุริสธรรม 7 การประยุกต์ใช้หลักอหิสา สามารถทำได้ในระดับศีล เป็นจริยธรรมขั้นพื้นฐานและในรูปแบบมัชฌิมาปฏิปทาในการดำเนินชีวิต
หลักอหิงสาในศาสนาเชน คือ งดเว้นทำร้ายสิ่งมีชีวิตแม้เล็กที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้มีวิญญาณและเป็นการปฏิบัติต่อทุกสรรพสิ่งในบริบทของชีวิต อหิงสาเป็นบรมธรรมเป็นคำสอนสำคัญที่สุดในคำสอนทั้งหมด มี 3 คือ ไม่เบียดเบียนทางกาย ทางวาจา และทางใจ ตัดสินที่เจตนา และมีหลักธรรมที่เกื้อกูลต่ออหิงสาได้แก่ ทยา ความรัก การเอาใจเขาใส่ใจเรามีเมตตาเพื่อการดำเนินชีวิตและสังคม
แนวคิดอหิงสาในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับศาสนาเชน ในประเด็นเหมือนกัน คือ ด้านความหมายประเภท เกณฑ์ตัดสิน หลักธรรมที่เกื้อกูลและการประยุกต์ใช้หลักอหิงสา ส่วนในประเด็นที่แตกต่างกัน คือ ด้านความสำคัญของอหิงสา พระพุทธศาสนาเถรวาทมองว่าเป็นสัตตบุรุษธรรมและเป็นส่วนหนึ่งของมรรคมีองค์ 8 ถือหลักความคิดเป็นสำคัญ แต่ศาสนาเชนมองว่า อหิงสาเป็นบรมธรรม คือ ธรรมใหญ่สุดของคำสอน โดยยกย่องการปฏิบัติแบบอัตตกิลมถานุโยค แต่พุทธศาสนาเถรวาทต้องประกอบไปด้วยปัญญาและดำเนินการด้วยหลักมัชฌิมาปฏิปทา ส่วนหลักการใหญ่ ๆ แล้วพระพุทธศาสนากับศาสนาเชน มีหลักการที่มีความสอดคล้องกันอยู่
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสีย แต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้เขียนทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์ บทความให้แก่วารสาร พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้เขียนทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง. (2561). อหิงสา สันติวิธีในกระแสธารภูมิปัญญาอินเดีย. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 44(2), 91-115.
ดับบลิวเอ็ม ทีโอดอร์ เดอ แบรี่. (2540). บ่อเกิดลัทธิประเพณีอินเดีย เล่ม 1 ภาค 1-4. แปลโดย จำนงค์ ทองประเสริฐ. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2538). พุทธธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต. (2541). พจนานุกรมธาตุภาษาบาลี. กรุงเทพฯ: เอกพิมพ์ไท จำกัด.
พระมหาสิทธิพร ชวนปญฺโญฺ (จองวงค์). (2561). การศึกษาเปรียบเทียบแนวความคิดเรื่องอหิงสาในปรัชญาเชน กับเมตตาในพุทธปรัชญาเถรวาท. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 3(1), 14-24.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช. (2522). หลักพระพุทธศาสนา. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.
เสฐียร พันธรังษี. (2534). ศาสนาเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
หลวงเทพดรุณานุศิษฏ์. (2528). ธาตุปฺปทีปิกา. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.
Charlotte Krausep. (1929). An Interpretation of Jain Ethics. Bhavnagar: PhulchondjiVed. Publisher.
Jadunath Sinha. (1999). Indian Philosophy. Vol.II. Delhi: Motilal Banarsidass Publishers.
J. N. Farquhar. (1915). The Religious Quest of India. London: Oxford University Press.