นาฬิกาพระบาลี : การออกแบบเวลาเรียนเพื่อเพิ่มความสามารถในการจดจำของนักเรียนบาลีในจังหวัดชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการออกแบบเวลาเรียนเพื่อเพิ่มความสามารถในการจดจำของนักเรียนบาลี พื้นที่วิจัยสำนักศาสนศึกษาบาลี และโรงเรียนพระปริยัติธรรมในจังหวัดชัยภูมิ ประชากรการวิจัย คือ นักเรียนบาลี 978 รูป กลุ่มตัวอย่าง 326 รูป เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าร้อยละ (Percentage) รูปแบบการวิจัยเป็นแบบผสานวิธีระหว่างเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) การวิจัยเชิงคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก โดยเลือกแบบเจาะจงวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ผลการวิจัยพบว่า
1. องค์ความรู้ด้านการออกแบบเวลาเรียนช่วยเสริมศักยภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนบาลี ได้แก่ (1) ฉันทะ สร้างบรรยากาศเรียนรู้ที่สงบ สะอาด มีแรงบันดาลใจ เช่นตกแต่งห้องเรียนด้วยคำสอนบาลี (2) วิริยะ ความเพียร คือ พลังขับเคลื่อนที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถจดจำได้ดีขึ้น เข้าใจลึกขึ้นไม่ย่อท้อในเส้นทางแห่งพุทธธรรม (3) จิตตะ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีจิตตั้งมั่นใส่ใจในกระบวนการเรียนทุกขณะเมื่อจิตจดจ่อและมีสมาธิ ย่อมเกิดการจดจำที่แม่นยำและยั่งยืน (4) วิมังสา นำพลังแห่งปัญญาเป็นเครื่องมือในการเรียนบาลี ไม่เพียงแต่ขยันหรือมีสมาธิ ต้องรู้จักคิดวิเคราะห์ และประเมินตนเองอยู่เสมอ
2.การสร้างนวัตกรรมการเรียนโดยปรับเนื้อหาและการนำเสนอให้ทันสมัย เชื่อมโยงภาษาบาลีกับชีวิตจริง และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงบวกที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น
3. การออกแบบเวลาเรียนช่วยให้ทราบถึงระดับความสำเร็จและประสิทธิผลของเวลาทั้งการเรียน การทบทวน และการพักผ่อน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนารูปแบบการบริหารเวลาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสีย แต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้เขียนทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์ บทความให้แก่วารสาร พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้เขียนทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมการศาสนา. (2534). ประวัติการศึกษาของคณะสงฆ์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.
_____________. (2539). ประวัติการศึกษาของคณะสงฆ์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.
มานัส ปันหล้า. (24 กรกฎาคม 2556). สารานุกรมเสรี : ความรู้ หมายถึง (knowledge). สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2568. จาก https://www.gotoknow.org/posts/396638
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุรีวิทยาสาส์น.
พนิดา ทรงรัมย์ และคณะ. (2561). การพัฒนาระบบจัดการเรียนการสอนบนเฟซบุ๊ก. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(2), 137-145.
พระเทพปริยัติสุธี (วรวิทย์ คงฺคปฺโญ). (2557). การคณะสงฆ์และการพระศาสนา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระเทพเมธาจารย์ (เช้า ฐิตปุญฺโญ). (2545). แบบเรียนวรรณคดีประเภทคัมภีร์บาลีไวยากรณ์. พระนคร: โรงพิมพ์ประยูรวงศ์.
พระธรรมปัญญาภรณ์ (สุชาติ ธมฺมรตโน). (2549). ประวัติความเป็นมาของสำนักเรียนวัดปากน้ำ พุทธศักราช 2549. กรุงเทพฯ: หจก. สตาร์กรุ๊ป.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2551). ทิศทางการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ). (2556). กัลยาณมิตร ฉบับพระสังฆาธิการ. กรุงเทพฯ: บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม). (2560). อบรมบาลีก่อนสอบ คณะสงฆ์ภาค 14. กรุงเทพฯ: หจก. สามลดา.
สุรเชษฐ์ ทองแม้น. (2548). เหตุเกิดที่ประเทศไทย : กรณีคำอาราธนาธรรม. นาวิกศาสตร์, 88(3).
สุริยา รักษาเมือง. (2557). นโยบายและการบริหารจัดการการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยในยุคโลกาภิวัตน์. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 5(2), 175–184.
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research acttivitier. Journal of Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.