กระบวนการสร้างนวัตกรรมทางสังคมเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูการทอผ้าขาวม้าของชุมชนบ้านปะขาว: การบูรณาการผ่านพลังบวร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการอนุรักษ์และฟื้นฟูการทอผ้าขาวม้าของชุมชนบ้านปะขาว จังหวัดอ่างทอง (2) พัฒนากระบวนการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เหมาะสมสำหรับการอนุรักษ์และฟื้นฟูการทอผ้าขาวม้า (3) เสริมสร้างเครือข่ายพลังบวรในการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูการทอผ้าขาวม้า การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้แนวคิดนวัตกรรมทางสังคมและพลังบวรเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ ชุมชนบ้านปะขาว ผู้ให้ข้อมูลสำคัญได้คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 25 คน ได้แก่ (1) ผู้บริหาร (2) ผู้นำชุมชน (3) ประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับการทอผ้าขาวม้า (4) ตัวแทนเครือข่าย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การจัดเวทีสนทนากลุ่ม รวมถึงบันทึกการสังเกตการณ์เพื่อนำไปสู่กระบวนการพัฒนาการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เหมาะสม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า (1) ชุมชนบ้านปะขาวกำลังเจอวิกฤตการณ์รุนแรง จากการลดลงของช่างทอผ้ารุ่นใหม่ ขาดการสนับสนุนด้านการตลาด และขาดกลไกการสืบทอดภูมิปัญญาที่เป็นระบบ (2) กระบวนการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เหมาะสมเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ผ่านพลังบวร และการเชื่อมโยงกับตลาดออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างกลไกที่ยั่งยืนในการอนุรักษ์และฟื้นฟู (3) เสริมสร้างเครือข่ายพลังบวรในการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็ง องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ คือ PATTRARUJ Model เป็นกรอบแนวคิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้าอย่างยั่งยืน เป็นประโยชน์ในการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่บูรณาการพลังชุมชนเข้ากับการจัดการองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และเทคโนโลยี เพื่อรักษาคุณค่าดั้งเดิมและสร้างคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสีย แต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้เขียนทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์ บทความให้แก่วารสาร พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้เขียนทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมด้านการเกษตร กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2564). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในงานส่งเสริมการเกษตร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
ชนิสรา มหัทธนไพศาล. (2565). มุมมองผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่นของชาติพันธุ์ต่อนโยบายการส่งเสริม
และสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานราก กรณีศึกษา จังหวัดราชบุรี
(สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนิดา แหลมฉลาด. (2563). การพัฒนาลวดลายผ้าขาวม้าทอมือเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ปิลันลน์ ปุณญประภา และคณะ. (2561). ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาต่อภูมิปัญญาและการสืบทอดผ้าทอไทยพวนบ้านใหม่ จังหวัดนครนายก. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 6(1), 159-168.
อีซีโอ มานซีนี. (2561). เราต่างเป็นนักออกแบบ: การออกแบบนวัตกรรมทางสังคม. (รติ ธนสุขถาวร, ผู้แปล). นนทบุรี: อินี่เครือข่ายนวัตกรรมสากล.
Chambers, R. (2017). Can We Know Better?: Reflections for Development. Rugby: Practical Action Publishing.
Chaskin, R. J. (2001). Building Community Capacity. New York: Aldine de Gruyter.
Mulgan, G. (2006). Social Innovation: What It Is, Why It Matters and How It Can Be Accelerated. Oxford: Skoll Centre for Social Entrepreneurship.
Murray, R., Caulier-Grice, J., & Mulgan, G. (2010). The Open Book of Social Innovation. London: The Young Foundation & NESTA.