การเมืองการปกครองตามหลักอปริหานิยธรรมในพระพุทธศาสนา การเมืองการปกครองตามหลักอปริหานิยธรรมในพระพุทธศาสนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ นำเสนอถึงสิ่งที่เรียกว่า “การเมือง” ที่ซึ่งมีความหมายตามแนวพระพุทธศาสนาว่า การจัดการอย่างถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ เพื่อคนจำนวนมากจะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ทั้งนี้สิ่งที่เรียกว่า การเมือง คือ ระบบศีลธรรมที่ซ่อนเร้น ซึ่งถือว่ามีประโยชน์และเป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้าหากนำมาทำให้ถูกต้องก็จะมีประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตาม ควรแยกออกให้เห็นได้ชัดสำหรับการศึกษา และปฏิบัติ ศีลธรรมในรูปแห่งการเมืองการปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำการเมืองการปกครองให้มาอยู่ในรูปแบบของศาสนา เพราะคำว่า “ศาสนา” คือ ภาวะแห่งความสมบูรณ์ของศีลธรรม ทั้งนี้ การเมืองการปกครองไทยในปัจจุบัน ได้มีการนำหลักธรรม “อปริหานิยธรรม 7” ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ทำให้เกิดความเจริญ ไม่มีความเสื่อมทั้งส่วนตนและส่วนรวม เป็นหลักธรรมที่ป้องกันมิให้การบริหารหมู่คณะเสื่อมถอย แต่กลับเสริมให้เจริญเพียงส่วนเดียว ถ้าบุคคล กลุ่มคน หรือหมู่คณะ สามารถปฏิบัติตามอปริหานิยธรรม บุคคล กลุ่มคน หรือหมู่คณะนั้น จะมีแต่ความเจริญความก้าวหน้าในชีวิต ไม่มีความเสื่อม ความเสียหาย อันเป็นอุปการะมากสำหรับผู้ปฏิบัติ ผู้บริหาร หมู่ชน และคนในสังคม ดังนั้น ผู้นำประเทศและผู้ที่เกี่ยวข้องควรปกครองภายใต้หลักธรรม เพื่อปลูกฝังไปยังคนรุ่นใหม่ให้ตระหนักรู้ เข้าใจถึงเนื้อแท้ของการเมืองการปกครองไทยกับพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เพื่อเป็นการส่งเสริมและสืบสานการปกครองโดยธรรมให้ดำรงคงอยู่สืบไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสีย แต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้เขียนทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์ บทความให้แก่วารสาร พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้เขียนทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
คนอง วังฝายแก้ว. (2554). แนวคิดการปกครองตามรูปแบบประชาธิปไตยตามทัศนะพระพุทธศาสนา. สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2565. จาก https://www.gotoknow.org/posts.
จิรโชค (บรรพต) วีระสัย และคณะ. (2540). รัฐศาสตร์ทั่วไป. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
จักษ์ พันธ์ชูเพชร. (2549). การเมืองการปกครองไทยจากยุคสุโขทัยสู่สมัยทักษิณ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: บริษัท มายด์ พับลิชชิ่ง จำกัด.
จำนงค์ ทองประเสริฐ. (2520). แบบเรียนศาสนาสากล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช.
ชูศักดิ ทิพย์เกสร. (2551). พระพุทธศาสนาในศรีลังกา. กรุงเทพฯ: เชนปริ้นติ้ง.
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2530). ปัญหาการพัฒนาทางการเมืองไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดานุภา ไชยพรธรรม. (2537). การเมืองการปกครอง (ฉบับชาวบ้าน). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มายิก.
นรี ภวกานตานันท์. (2538). การเมืองการปกครองในแนวพุทธศาสนา: ศึกษาจากนักคิดและพระไตรปิฎก. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. รัฐศาสตร์ (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย.
นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์. (2543). พระพุทธศาสนาในความเปลี่ยนแปลงทางสังคมไทย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโกมลคีมทอง.
นงเยาว์ พีระตานนท์. (2551). การเมืองการปกครอง. กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.
บรรพต วีระสัย. (2540). ความคิดเชิงทฤษฎีการเมืองในพุทธศาสนา ในทฤษฎีการเมืองสมัยสุโขทัยและสมัยกลาง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคําแหง.
ปรีชา ช้างขวัญยืน. (2542). ธรรมรัฐ-ธรรมราชา. กรุงเทพฯ: โครงการตำรา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระเทพเวที (ประยุทธ ปยุตโต). (2531). กรรมตามนัยแห่งพุทธธรรม. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ฟ.
พระมหายุทธพิชัย สิริชโย. (2561). การบริหารงานตามหลักอปหานิยธรรม. วารสารสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ลิขิต ธีรเวคิน. (2546). ประชาธิปไตยและการปฏิรูปการเมืองไทย. กรุงเทพฯ: เจ้าพระยาระบบการพิมพ์.
ลัทธิกาล ศรีวะรมย์ และสุชัย ทองแก้วกูล. (2538). หลักรัฐศาสตร์. กรุงเทพฯ: SR printing.
สมภาร พรมทา. (2539). ปรัชญาสังคมและการเมือง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Ambedkar, B.R. (2018). Dr.Ambedkar and democracy: an anthology/edited by Christophe Jaffrelot and Narender Kumar. New Delhi: Prentice Hall of India Prive Ltd.