การวิเคราะห์โครงสร้างการศึกษาแบบมีส่วนร่วมด้วยวิธีการคลาสสิก: กรณีศึกษา 3 ประเทศ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีรูปแบบการวิจัยเป็นเชิงคุณภาพ ใช้ทฤษฎีโครงสร้างหน้าที่เป็นกรอบการวิจัย ใช้การวิเคราะห์เนื้อหาชนิดการวิเคราะห์โครงสร้างแบบคลาสสิก ผลการวิจัยพบว่า โครงสร้างเชิงระบบของการศึกษาแบบมีส่วนร่วมของประเทศฟินแลน์ แคนาดาและญี่ปุ่น แต่ละประเทศมีโครงสร้าง 3 ระดับ ได้แก่ โครงสร้างหลัก โครงสร้างรอง และโครงสร้างสนับสนุน โดย 1) ประเทศฟินแลน์มีโครงสร้างที่เน้นการจัดการเชิงพื้นที่ในระดับโรงเรียน มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แต่ละท้องถิ่นมีอิสระในการเข้ามาเกี่ยวข้องจัดการกับโรงเรียนภายในเขตพื้นที่ของตนเองในทุก ๆ ด้าน มีอำนาจในการตัดสินใจด้านนโยบายการศึกษาของแต่ละพื้นที่ในระดับสูง แต่ละพื้นที่มีนโยบายการศึกษาแตกต่างกัน 2) ประเทศแคนาดามีโครงสร้างที่เน้นการจัดการเชิงพื้นที่ในระดับมลรัฐ การมีส่วนร่วมเกิดผ่านสมัชชาการศึกษาในระดับประเทศ ด้วยการดำเนินการผ่าน First Nations-Government of Canada terms of reference for joint collaboration 2016 มีการกระจายอำนาจโดยแต่ละรัฐมีการบริหารผ่านกระทรวงศึกษาธิการมลรัฐ และ 3) ประเทศญี่ปุ่นมีโครงสร้างที่เน้นการจัดการในระดับจังหวัด โดยมีสภาการศึกษากลางดำเนินการให้มีการกระจายอำนาจและบทบาททางการศึกษาในทุกระดับ นโยบายการศึกษาเน้นการเข้าถึงการศึกษา การเพิ่มระบบความรับผิดชอบเชิงข่าวสาร และการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส มีสภาการจัดการโรงเรียนทำให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ในระดับจังหวัดหรือเขตพื้นที่
องค์ความรู้จากงานวิจัยจะเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ สภาการศึกษาและสถานศึกษาในการนำไปเป็นตัวแบบสำหรับแนวทางการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพต่อไป
Article Details
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสีย แต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้เขียนทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์ บทความให้แก่วารสาร พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้เขียนทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). รูปแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่: บทเรียน ทางเลือก และเงื่อนไขความสำเร็จ. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
Arnstein, S. R. (1969). A Ladder of Citizen Participation, J Am Institute Planners, 35(11), 216- 224.
Assembly of First Nations. (2019). First Nations Control of First Nations Education. Retrieved July 30, 2019, from https://www.afn.ca/policy-sectors/education/
Lavonen J. (2020). Curriculum and Teacher Education Reforms in Finland that Support the Development of Competences for the Twenty-First Century. In: Reimers F. (eds) Audacious Education Purposes. Springer, Cham. Retrieved August 5, 2020, from https://doi.org/10.1007/978-3-030-41882-3_3
Maruszak KR, Batorova M. (2015). Citizen Participation and Engagement in Urban Governance: Perception of Finnish and Polish Local Official. The NISPACEE J Public Administration and Policy, 3(1), 85-110.
FAO. (2011). Rural structures in the tropics. Design and development. Rome.
OECD. (2013). Education policy outlook 2013: Finland. OECD Publishing.
Yamanaka S., Suzuki K.H. (2020) Japanese Education Reform towards Twenty-First Century Education. In: Reimers F. (eds) Audacious Education Purposes. Springer, Cham. Retrieved August 5, 2020, from https://doi.org/10.1007/978-3-030-41882-3_4.