แรงจูงใจและปัจจัยค้ำจุนที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานบัญชีเจ้าหนี้ บริษัท ซีพี แอ็กซต์ ร้า จำกัด (มหาชน)

ผู้แต่ง

  • นุชจิรา กาญจนานันท์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
  • ชิณโสณ์ วิสิฐนิธิกิจา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

คำสำคัญ:

คำสำคัญ : แรงจูงใจ ปัจจัยค้ำจุน ประสิทธิภาพ

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน (2) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน (3) เปรียบเทียบประสิทธิภาพการปฏิบัติงานจำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล (4) วิเคราะห์ปัจจัยจูงใจที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และ (5) วิเคราะห์ปัจจัยค้ำจุนที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานบัญชีเจ้าหนี้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ พนักงานบัญชีเจ้าหนี้ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) จำนวน 80 ราย โดยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เนื่องจากเป็นกล่มที่มีคุณสมบัติตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ใช้แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือในการวิจัย โดยใช้สถิติใน การวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย การทดสอบสมมติฐานแบบ t-test ,F-test (One-way ANOVA) และ Multiple Regression Analysis

           ผลการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 41 - 50 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ตำแหน่งงานระดับปฏิบัติการ ระยะเวลาปฏิบัติงาน 11 - 15 ปี และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 40,001 บาท ปัจจัยจูงใจในการปฏิบัติงานภาพรวมอยู่ในระดับสำคัญมากที่สุด ปัจจัยค้ำจุนในการปฏิบัติงานภาพรวมอยู่ในระดับสำคัญมากที่สุด และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภาพรวมอยู่ในระดับสำคัญมากที่สุด ข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างกันมีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ปัจจัยจูงใจด้านลักษณะงานที่ทำ ด้านการได้รับการยอมรับ ปัจจัยค้ำจุนด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน และด้านการปกครองของผู้บังคับบัญชา มีอิทธิต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

กฤตพล ณ พัทลุง, และปิยะมาศ สื่อสวัสดิ์วณิชย์. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานบริษัทเอกชนในจังหวัดสงขลา. วารสาร Roi Kaensarn Academi, 9(1), 219–232.

กัลยา วาณิชย์บัญชา. (2545).การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: คณะพาณิชยศาสตร์และ

การบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ลัทธิกาล ศรีวะรมย์. (2541). การบริการเชิงมุ่งผล: กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนความเสี่ยงสู่ความสำเร็จ. กรุงเทพฯ: บรรณกิจ.

มลิวรรณ ชาจันโท, กิตติมา จึงสุวดี, และนลินี ทองประเสริฐ. (2566).แรงจูงใจที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานบริษัท อาร์วี คอนเน็กซ์ จำกัด. วารสารการจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 10(2), 215–220.

ภัสชลิสา หลวงชัยสินธ์. (2566).ปัจจัยจูงใจและปัจจัยค้ำจุนที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร [การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต].มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

พัชรี พันธุ์แตงไทย. (2564).แรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.

ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร. (2562).การพัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้นำที่แท้จริง. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช.

สมใจ ลักษณะ. (2546).การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา.

Herzberg, F. (1959).The motivation to work. New York: John Wiley & Sons.

Peterson, R., & Plowman, E. G. (1953).Business organization and management. Homewood, IL: Richard D. Irwin.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

02-07-2026

รูปแบบการอ้างอิง

กาญจนานันท์ น., & วิสิฐนิธิกิจา ช. (2026). แรงจูงใจและปัจจัยค้ำจุนที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานบัญชีเจ้าหนี้ บริษัท ซีพี แอ็กซต์ ร้า จำกัด (มหาชน). วารสารบัญชีปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 11(1), 165–180. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JAR_CRRU/article/view/285886

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย