ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
คำสำคัญ:
ความสามารถในการทำกำไร, มูลค่ากิจการ, อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์, อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น, กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารบทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากรายงานทางการเงินของบริษัทในช่วงปี พ.ศ. 2565 – 2567 รวมทั้งสิ้นจำนวน 194 ตัวอย่าง ตัวแปรอิสระที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin: NPM) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Assets: ROA) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity: ROE) โดยใช้ Tobin’s Q เป็นตัวแทนของมูลค่ากิจการ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนาการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Analysis) และการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อทดสอบสมมติฐานของการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สะท้อนการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับมูลค่ากิจการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) สะท้อนประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับมูลค่ากิจการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ซึ่งสะท้อนโครงสร้างเงินทุนและความเสี่ยงทางการเงิน มีความสัมพันธ์เชิงลบกับมูลค่ากิจการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการใช้สินทรัพย์มีความสำคัญต่อมูลค่ากิจการขณะที่โครงสร้างผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอาจมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับการประเมินมูลค่า
เอกสารอ้างอิง
ฐิตาพร กุลศิริวนิชย์. (2564). ผลกระทบของการวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(10), 219–234.
ทิพวรรณ แสงพระอินทร์ และเบญจพร โมกขะเวส. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดกับมูลค่ากิจการและการจ่ายเงินปันผลของกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 7(4), 139–150.
ธนิตา เส็งพานิช. (2562). ความสามารถในการทำกำไรที่มีผลต่อมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
นกัณยพัส ลิขิตรักษ์กุล และอภิชาต พงศ์สุพัฒน์. (2566). ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่ากิจการของกลุ่มธุรกิจธนาคารที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. Journal of Buddhist Education and Research : JBER, 9(3), 179–192.
ปวีณา แซ่จู และเบญจพร โมกขะแส. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินกับมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(8), 15–30.
ปิยะณัฐ กาญจนารัตน์. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงิน กระแสเงินสด และมูลค่ากิจการของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ : กรณีศึกษาประเทศในกลุ่มโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซียและไทย (วิทยานิพนธ์บัญชีมหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ภาณุเดช สุวรรณโชติ. (2564). ปัจจัยทางการเงินที่มีผลต่อมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
รัชนี ชุมนิรัตน์ และพจนารถ ฤทธิเดช. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพการดำเนินงานกับมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในรายชื่อหุ้นยั่งยืน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 43(2), 39–60.
สุรยุทธ ทองคำ และสุธาสินี ศิริโภคาทรัพย์. (2567). อัตราส่วนทางการเงินที่ส่งผลต่อมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมบริการหมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 18(1), 117–125.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. (2566). รายงานภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรไทย. กรุงเทพฯ: สกท.
Brigham, E. F., & Ehrhardt, M. C. (2017). Financial management: Theory and practice (15th ed.). Boston, MA: Cengage Learning.
Black, K. (2006). Business statistics for contemporary decision marking (4th ed.). USA: John wiley & Sons. pp. 585.
Barney, J. (1991). Firm resources and sustained competitive advantage. Journal of Management, 17(1), 99–120. https://doi.org/10.1177/014920639101700108
Chung, K. H., & Pruitt, S. W. (1994). A simple approximation of Tobin’s q. Financial Management, 23(3), 70–74.
Damodaran, A. (2012). Investment valuation: Tools and techniques for determining the value of any asset (3rd ed.). Hoboken, NJ: John Wiley & Sons.
Freeman, R. E. (1984). Strategic management: A stakeholder approach. Boston, MA: Pitman.
Jensen, M. C., & Meckling, W. H. (1976). Theory of the firm: Managerial behavior, agency costs and ownership structure. Journal of Financial Economics, 3(4), 305–360.
Lindenberg, E. B., & Ross, S. A. (1981). Tobin's q ratio and industrial organization. Journal of Business, 54(1), 1–32. https://doi.org/10.1086/296120
Nimalathasan, B. (2009). Profitability of listed pharmaceutical companies in Bangladesh: An inter & intra comparison of AMBEF and BEXIMCO. Economic and Administrative Series, 3(15), 139–148.
Penman, S. H. (2013). Financial statement analysis and security valuation (5th ed.). McGraw-Hill Education.
Ross, S. A., Westerfield, R. W., & Jaffe, J. F. (2016). Corporate finance (11th ed.). New York, NY: McGraw-Hill Education.
Spence, M. (1973). Job market signaling. The Quarterly Journal of Economics, 87(3), 355–374. https://doi.org/10.2307/1882010
Sucuahi, W., & Cambarihan, J. M. (2016). Influence of profitability to the firm value of diversified companies in the Philippines. Accounting and Finance Research, 5(2), 149–153. https://doi.org/10.5430/afr.v5n2p149
Tobin, J. (1969). A general equilibrium approach to monetary theory. Journal of Money, Credit and Banking, 1(1), 15–29.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบัญชีปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ไม่อนุญาตให้นำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เป็นลายลักษณ์อักษร