รูปแบบการนิเทศการสอนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์

ผู้แต่ง

  • คมสัน พิมพ์วาปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • จุไรรัตน์ สุดรุ่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

DOI:

https://doi.org/10.14456/educu.2020.64

คำสำคัญ:

รูปแบบการนิเทศการสอน, พฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษารูปแบบการนิเทศการสอนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์ (2) เปรียบเทียบรูปแบบการนิเทศการสอนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษา ที่ได้รับเลื่อนวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการพิเศษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555-2560 จำนวน 3,328 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 357 คน ซึ่งใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic random sampling) เครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับรูปแบบการนิเทศการสอนและพฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis: MRA)

ผลการวิจัย พบว่า (1) รูปแบบการนิเทศการสอนแบบคลินิก รูปแบบการนิเทศการสอนแบบพึ่งตนเอง และรูปแบบการนิเทศการสอนโดยผู้บริหาร เป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์ในภาพรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) ผลการเปรียบเทียบรูปแบบการนิเทศ         การสอนในภาพรวม พบว่า รูปแบบการนิเทศการสอนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์มากที่สุด คือ รูปแบบการนิเทศการสอนแบบคลินิก (ß = .46) รองลงมา คือ รูปแบบการนิเทศการสอนแบบพึ่งตนเอง (ß = .22) และรูปแบบการนิเทศการสอนโดยผู้บริหาร (ß = .15) ตามลำดับโดยรูปแบบการนิเทศการสอนแบบคลินิกส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านการวางแผนการสอน (ß = .45) 2) ด้านการใช้สื่อการสอน (ß = .41) 3) ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (ß = .38) 4) ด้านการวัดและประเมินผล (ß = .32)

 

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

พิมพ์วาปี ค., & สุดรุ่ง จ. (2020). รูปแบบการนิเทศการสอนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของครูวิทยาศาสตร์. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 48(1), 22–40. https://doi.org/10.14456/educu.2020.64