ประกาศนโยบายเพิ่มเติม
นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Ethical Guidelines for Using AI)
1. ขอบเขตการใช้งานและความรับผิดชอบของผู้เขียน
วารสารตระหนักถึงการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการช่วยจัดทำต้นฉบับของผู้เขียน เครื่องมือ AI สามารถช่วยผู้เขียนในตรวจสอบปรับปรุงภาษา วางโครงร่าง ทบทวนวรรณกรรม วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายการอ้างอิง สร้างรูปภาพ/ตาราง ฯลฯ ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและควบคุมของมนุษย์เสมอ ผู้เขียนต้องรับผิดชอบ ตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง ความครบถ้วน และความเป็นกลางของผลลัพธ์ที่สร้างโดย AI ทั้งหมด
การใช้เครื่องมือ AI สร้างรูปภาพ (1) ในกรณีภาพประกอบคำอธิบาย แสดงให้เห็นถึงแนวคิด กระบวนการ หรือความสัมพันธ์ อนุญาตให้ผู้เขียนใช้เครื่องมือ AI ได้ ตามหลักการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเปิดเผยการใช้เครื่องมือ AI ในคำบรรยายใต้ภาพแต่ละภาพ ส่วน (2) ในกรณีภาพการนำเสนอข้อมูลหรือผลลัพธ์ของการวิจัย ที่ได้จากชุดข้อมูลพื้นฐานผ่านกระบวนการวิเคราะห์ การคำนวณ หรือสถิติ และภาพที่ได้จากการสังเกตหรือการทดลอง ห้ามผู้เขียนใช้เครื่องมือ AI เพื่อสร้างหรือแก้ไขข้อมูลพื้นฐาน/ภาพที่ได้จากการสังเกตหรือการทดลอง และปลอมแปลงผลลัพธ์
หากการใช้เครื่องมือ AI เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบการวิจัยหรือวิธีการวิจัย จะต้องอธิบายการใช้เครื่องมือเหล่านั้นในลักษณะที่สามารถทำซ้ำได้ในส่วนวิธีการวิจัย
2. สิทธิความเป็นผู้เขียนและการอ้างอิง
ผู้เขียนไม่สามารถระบุเครื่องมือ AI ในฐานะเป็นผู้เขียนหรือผู้เขียนร่วม และไม่สามารถใช้เครื่องมือ AI เป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูล ทั้งการอ้างอิงในเนื้อหาและรายการอ้างอิงท้ายบท
3. การเปิดเผยข้อมูล
ผู้เขียนต้องโปร่งใสเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการเตรียมต้นฉบับ ผู้เขียนควรบันทึกการใช้ AI รวมถึงชื่อของเครื่องมือ AI ที่ใช้ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน และขอบเขตการกำกับดูแล โดยวารสารกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้เครื่องมือ AI ลงในตัวบทความ หากมี ต้องระบุว่า ใช้เครื่องมือ AI อะไร? ใช้ในขั้นตอนใด? และต้องระบุความรับผิดชอบของผู้เขียนต่อการใช้ AI เช่น “ผู้เขียนได้ใช้ ...[ชื่อเครื่องมือ AI]... เพื่อ ...[เหตุผล]... โดยผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบ ตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของเนื้อหาที่สร้างโดย AI ทั้งหมดอย่างรอบคอบแล้ว”
ปรับปรุงจาก: Elsevier. (2026, June). Generative AI policies for journals. https://www.elsevier.com/about/policies-and-standards/generative-ai-policies-for-journals#0-about
นโยบายการวิจัยในมนุษย์ (Ethical Concerns in Human Subjects)
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เข้าร่วมโดยการแจ้งข้อมูลอย่างครบถ้วน (Informed consent) และต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและข้อกำหนดของสถาบัน โดยผู้เขียนต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมในการดำเนินการวิจัย
บทความต้นฉบับต้องระบุหมายเลขอนุมัติ วันที่ได้รับอนุมัติ และชื่อคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย (IRB) ให้ชัดเจน
นโยบายการมีส่วนร่วมของผู้เขียน (Contributor Roles Taxonomy)
บทความที่มีผู้เขียนหลายคน ต้องจัดทําคําชี้แจง CRediT (Contributor Roles Taxonomy) ที่อธิบายบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เขียนแต่ละคน ซึ่งช่วยลดข้อพิพาทเรื่องการเป็นผู้เขียนแฝง และสนับสนุนความโปร่งใสและความเข้าใจร่วมกันของทั้งผู้เขียน บรรณาธิการ และผู้อ่าน
บทบาท CRediT ทั้ง 14 บทบาท ดังนี้
Conceptualization ผู้วางแนวคิด
Resources ผู้จัดหาวัตถุดิบ
Data curation ผู้จัดการข้อมูล
Software ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์/โปรแกรมเมอร์/ผู้เขียนโค้ด
Formal analysis ผู้วิเคราะห์ข้อมูล
Supervision ผู้ให้คำปรึกษา
Funding acquisition ผู้จัดหาทุน
Validation ผู้ตรวจสอบความถูกต้อง
Investigation ผู้ปฏิบัติ/ทำการทดลอง
Visualization ผู้สร้างรูปภาพ
Methodology ผู้ออกแบบการทดลอง
Writing – original draft ผู้ร่างต้นฉบับ
Project administration ผู้บริหารโครงการ
Writing – review & editing ผู้ตรวจสอบและแก้ไข
ผู้เขียนต้องระบุบทบาทของแต่ละคนให้ชัดเจนในบทความต้นฉบับ โดยผู้เขียนหนึ่งคนอาจมีส่วนร่วมในหลายบทบาท และในหนึ่งบทบาทอาจมีผู้มีส่วนร่วมหลายคนได้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: CRediT_Taxonomy_Terms_and_Definitions_list
การกระทำผิดจริยธรรมในการตีพิมพ์ (Statement on Publication Ethics and Misconduct)
วารสารยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมสูงสุด และมุ่งมั่นที่จะรักษาความซื่อสัตย์ในทุกขั้นตอนของกระบวนการตีพิมพ์ บทความต้นฉบับที่พบว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะถูกปฏิเสธ หรือบทความที่ตีพิมพ์แล้วจะถูกถอดถอนออกหากพบว่าละเมิดข้อกล่าวหาดังต่อไปนี้
1. การลอกเลียนวรรณกรรม (Plagiarism) ห้ามการลอกเลียนทุกรูปแบบ บทความต้นฉบับที่ส่งเข้ามาจะต้องผ่านการตรวจสอบความคล้ายคลึงของเนื้อหา โดยบทความภาษาไทยตรวจด้วยระบบอักขราวิสุทธิ์ (Akarawisut) และบทความภาษาอังกฤษตรวจด้วยระบบ Turnitin กำหนดค่าเกณฑ์ความคล้ายคลึงทั้งหมดไม่เกิน 15% และความคล้ายคลึงจากแหล่งเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญไม่เกิน 5%
2. การส่งบทความต้นฉบับหลายที่ (Simultaneous submission) บทความที่ส่งเข้ามาให้วารสารพิจารณาต้องเป็นต้นฉบับและไม่อยู่ระหว่างการส่งพิจารณาจากที่อื่น การส่งบทความพร้อมกันไปยังวารสารมากกว่าหนึ่งแห่งถือเป็นความผิดจริยธรรมร้ายแรง
3. การฉ้อโกงผลการวิจัย (Research fraud) ผู้เขียนต้องนําเสนอผลการวิจัยอย่างซื่อสัตย์และตรวจสอบได้ ห้ามปลอมแปลงหรือบิดเบือนผลการวิจัย หรือองค์ประกอบใด ๆ ในงานวิจัย
4. การเป็นผู้เขียนแฝง (Authorship) ผู้เขียนแต่ละคนต้องมีบทบาทหรือมีส่วนร่วมต่อบทความอย่างชัดเจน หากตรวจสอบพบว่า มี “ผู้เขียนผี” (Ghost author) ซึ่งมีส่วนร่วม แต่ไม่ได้รับการระบุชื่อและได้รับการว่าจ้างเชิงพาณิชย์ หรือ “ผู้เขียนรับเชิญ” (Guest/Gift author) ซึ่งไม่มีส่วนร่วมชัดเจน แต่ได้รับการระบุชื่อเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการตีพิมพ์หรืออาศัยความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับผู้เขียนอื่นในบทความ ถือเป็นความผิดจริยธรรมร้ายแรง
ขั้นตอนการจัดการข้อกล่าวหาการกระทำผิดจริยธรรม (Process for Dealing with Research Misconduct)
1. การจัดตั้งคณะกรรมการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระที่ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อให้การตรวจสอบเป็นกลาง
2. การพิจารณาเบื้องต้นและการตรวจสอบหลักฐาน คณะกรรมการจะตรวจสอบข้อกล่าวหาโดยใช้เครื่องมือตรวจจับการลอกเลียนและการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อให้แน่ใจว่ามีการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วน
3. การให้โอกาสตอบกลับของผู้เขียน กรณีผู้เขียนถูกกล่าวหา จะได้รับโอกาสในการชี้แจงหรือตอบกลับข้อกล่าวหานั้น
4. การรักษาความลับและความเป็นธรรม การสอบสวนทั้งหมดดําเนินการด้วยความลับอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
5. การตัดสินใจและการดำเนินการขั้นสุดท้าย หากพบว่ามีการกระทำผิดจริยธรรม วารสารจะดำเนินการที่เหมาะสมตามแนวทางของ COPE ได้แก่ การปฏิเสธต้นฉบับหรือการถอดถอนบทความ การแจ้งสถาบันหรือหน่วยงานต้นสังกัดผู้เขียน การระงับหรือห้ามการส่งผลงานในอนาคต หากไม่พบการประพฤติมิชอบ วารสารจะแจ้งผลให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบ
เผยแพร่โดย วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (JESCU)
ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน 2569
