การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3

Main Article Content

สมพงษ์ อัสสาภัย
ธีระวัฒน์ เยี่ยมแสง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองและประเมินความพึงพอใจ การใช้รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล ของโรงเรียนที่สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 แบ่งขั้นตอน การวิจัยออกเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1  ศึกษาสภาพปัจจุบันในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียนที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 โดยศึกษาโรงเรียนแกนนำในการจัดการศึกษาปฐมวัย จำนวน 20 โรงเรียน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามรายการปฏิบัติ  และสำรวจวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล นำองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำมาพัฒนาโดยจัด 1) สนทนากลุ่ม (Focus group) จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมสัมมนา ร่างรูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล 2) ยืนยันรูปแบบโดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) จำนวน 13 คน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของรูปแบบ ระยะที่ 3 ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผลและประเมินความพึงพอใจ โดยแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยทดลองใช้รูปแบบในโรงเรียนบ้านหนองแวงตอตั้ง อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและ ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน  ผลการวิจัย พบว่า


             จากการใช้เครื่องมือประเมินความพึงพอใจ ของการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล ผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่ได้จากการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย มาวิเคราะห์ข้อมูล และแปลความหมายของข้อมูลดังนี้ การทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล มีค่าเฉลี่ยรวม (gif.latex?\bar{X}= 4.28) ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยรายด้าน 1) การทำแผนจัดประสบการณ์การเรียนรู้ (gif.latex?\bar{X} = 4.34) ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 2) การวัดผลประเมินผลพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ( gif.latex?\bar{X}= 4.26) ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 3) การบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยแบบมีส่วนร่วม ( gif.latex?\bar{X}= 4.25) ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก พบว่าโรงเรียนที่ทดลองใช้รูปแบบสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย