การพัฒนารูปแบบการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น การดำเนินการวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1.ข้อมูลเบื้องต้น ขั้นตอนที่ 2.สร้างและพัฒนารูปแบบ และขั้นตอนที่ 3.การทดลองใช้และการประเมินผลการใช้รูปแบบ ดำเนินการทดลองใช้รูปแบบในโรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 26 คน ผู้เรียนจำนวน 505 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบประเมินความสามารถในการนิเทศ แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ แบบบันทึกสนทนากลุ่ม แบบสังเกต แบบสอบถามความคิดเห็นและความพึงพอใจ สถิติที่ใช้วิเคราะห์มูลเชิงปริมาณได้แก่ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน () สถิติทดสอบ Wilcoxon Signed Test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) และพรรณนาความ
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการพบว่า 1) สภาพปัจจุบันมีการดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแต่ไม่มีระบบที่ชัดเจน 2) สภาพปัญหาพบว่า ด้านการให้ความช่วยเหลือครู ผู้นิเทศขาดความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ด้านพัฒนาวิชาชีพโครงการและกิจกรรมไม่สอดคล้องกับความต้องการ ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนครูขาดความรู้ทักษะกระบวนการพัฒนาหลักสูตรและเทคนิควิธีการสอน 3)สภาพความต้องการต้องการครูที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการนิเทศการสอน การจัดทำพัฒนาหลักสูตรและเทคนิควิธีการสอน
- ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศการศึกษา พบว่า รูปแบบการนิเทศการศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎีเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ โดยการตรวจสอบยืนยันของผู้เชี่ยวชาญ 11 ท่าน มี 5 องค์ประกอบได้แก่ 1) หลักการและวัตถุประสงค์การนิเทศ 2) กระบวนการนิเทศ 3) วิธีการนิเทศ 4) ผู้นิเทศและ 5) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้
- ผลการทดลองใช้และการประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศการศึกษา พบว่า ครูผู้นิเทศมีความสามารถในการนิเทศการสอน ระหว่างก่อนและหลังการใช้รูปแบบแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และครูผู้รับการนิเทศมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ระหว่างก่อนและหลังการใช้รูปแบบ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้เรียนมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับดีมาก และครูมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบอยู่ในระดับมาก