ปัจจัยที่มีผลต่อความเข้าใจสื่อภาพนูนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ในเขตกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

ชลธิดา พรหมโสภา
อิศวรา ศิริรุ่งเรือง
วีระแมน นิยมพล

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเข้าใจสื่อภาพนูนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น 2) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความเข้าใจสื่อภาพนูนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น และ 3) เสนอแนวทางการผลิตสื่อภาพนูนให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จานวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สื่อภาพนูน ประกอบด้วย 1) ภาพกราฟ 1 เส้น 2) ภาพกราฟ 2 เส้น 3) ภาพทรงกลมทรงกระบอก 4) ภาพระบบสุริยะจักรวาล และ 5) ภาพแผนที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบบสัมภาษณ์ปัจจัยที่มีผลต่อความเข้าใจสื่อภาพนูน แบบบันทึกระยะเวลาที่ใช้สัมผัสสื่อภาพนูน และแบบแสดงพฤติกรรมในการอ่านสื่อภาพนูนจากการวิจัย พบว่า นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นภายหลังใช้เวลาทาความเข้าใจสื่อภาพนูนน้อยกว่านักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นตั้งแต่กาเนิด 3.21 นาที โดยนักเรียนที่มีความบกพร่องทาง การเห็นภายหลังใช้เวลาทาความเข้าใจภาพนูนเฉลี่ย 6.40 นาที ในขณะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้เวลาเฉลี่ย 10.01 นาที นอกจากนี้ ประสบการณ์และการฝึกฝนการอ่านภาพนูนมีความสาคัญต่อความคล่องแคล่วและความสามารถในการทาความเข้าใจสื่อภาพนูนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจากการสังเกตพฤติกรรมในการอ่านสื่อภาพนูนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นพบว่า ในการอ่านภาพทั้ง 5 ภาพ นักเรียนที่เข้าร่วมการวิจัยทุกคนเริ่มใช้มือขวาสัมผัสภาพเพียงมือเดียวในการสารวจภาพในครั้งแรก โดยจะสารวจภาพจากด้านซ้ายไปขวา และสลับมาสารวจจากด้านขวาไปซ้าย หากสัมผัสแล้วไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นภาพอะไรนักเรียนที่เข้าร่วมวิจัยทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นการใช้มือทั้งสองข้างในการอ่านภาพนูน โดยสารวจส่วนต่างๆ ของภาพก่อนทั้งหมด ซึ่งจะสารวจจากด้านบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา จากนั้นจึงอ่านชื่อภาพก่อนสารวจภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
พรหมโสภา ช., ศิริรุ่งเรือง อ., และ นิยมพล ว., “ปัจจัยที่มีผลต่อความเข้าใจสื่อภาพนูนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ในเขตกรุงเทพมหานคร”, JILS, ปี 14, ฉบับที่ 1, น. 1–11, ธ.ค. 2020.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). การสังเคราะห์งานด้านการจัดการเรียนร่วมสู่ภาคปฏิบัติเพื่อนำสู่นโยบาย การจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สําหรับเด็กและเยาวชนพิการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

จันทนา อินสระ. (2556). สื่อภาพนูน “สัตว์หิมพานต์” เพื่อผู้พิการทางสายตา. การประชุมทางวิชาการ การวิจัยทางการศึกษาระดับชาติครั้งที่ 15 ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 23-25 มิถุนายน 2556.

จีรพร แผ้วกิ่ง และโสภา อ่อนโอภาส. (2556). รายงานวิจัยย่อยฉบับสมบูรณ์วิถีชีวิตคนพิการทางสายตาในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

ชาย โพธิสิตา (2552). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2540). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: ภาคการศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

ปัณณ์พัฒน์ จันทร์สว่าง. (2557). ลูกมีความบกพร่องทางการมองเห็น. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปรีชา กลํ่านาค. (2553). นวัตกรรมทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: ธารอักษร.

ยุพา มหามาตร. (2551). การสร้างสรรค์งานศิลปะภาพพิมพ์นูนต่ำเพื่อเด็กพิการทางสายตา. วารสารวิจิตรศิลป์, 1(2). 135-151.

รุจิรา อาจหาญ จินตนา จันทร์เจริญ และวีรพันธุ์ ศิริฤทธิ์. (2557). ปัจจัยการบริหารงานฝ่ายกิจการนักเรียนที่ส่งผลต่อคุณภาพโรงเรียนเฉพาะความพิการบกพร่องทางสติปัญญา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 37(1), 115-124.

อรัญญา วรชาติอุดมพงศ์. (2558). การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. ค้นเมื่อ 25 มกราคม 2562, จาก http://aranyaeec.blogspot.com/

Aldrich, F. K. and Sheppard, L. (2001). Tactile Graphics in School Education: Perspectives from Pupils. British Journal of Visual Impairment, 19(69), 69-73.

Arditi, A., Holtzman, J. D. and Kosslyn, S. M. (1988). Mental Imagery and Sensory Experience in Congenital Blindness. Neuropsychologia, 26(1), 1-12.

Creswell, J. (2009). Research Design: Qualitative, Quantitative and Mixed Methods Approaches. (3rd ed.). Thousand Oaks, CA: Sage.

D’Angiulli, A. (2007). Raised-Line Pictures, Blindness, and Tactile “Beliefs”: An Observational Case Study. Journal of Visual Impairment and Blindness, 101(3), 172-177.

Heller, M. A. (1989). Picture and Pattern Perception in the Sighted and the Blind: The Advantage of the Late Blind. Perception, 18(3), 379-389.

Heller, M. A. (2002). Tactile Picture Perception in Sighted and Blind People. Behavioural Brain Research, 135(1-2), 65-68.

Patton, M. Q. (2002). Qualitative Research and Evaluation Methods. (3rd ed.). Thousand Oaks, CA: Sage.

Russier, S. (1999). Haptic Discrimination of Two-Dimensional Raised-Line Shapes by Blind and Sighted Adults. Journal of Visual Impairment and Blindness, 92(2), 224-235.