การบริหารคุณภาพโดยรวมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
คำสำคัญ:
การบริหารคุณภาพโดยรวม, ประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต, บรรจุภัณฑ์กระดาษบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำแนกตามคุณลักษณะขององค์กร และ 2. เพื่อศึกษาการบริหารคุณภาพโดยรวมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 193 องค์กร ที่มาจากการใช้สูตรของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie, R. V., & Morgan, D. W, 1970) แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน (One-way ANOVA และ Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM) ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̅= 3.41, S.D. = .425) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ ซึ่งผู้บริหารเน้นการกำหนดนโยบายเพื่อลดความสูญเปล่า และ 2) การบริหารคุณภาพโดยรวมทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมของผู้นำ ด้านการมีส่วนร่วมของพนักงาน ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ด้านการจัดการกระบวนการ ด้านการวัดและวิเคราะห์ข้อมูล และด้านการบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ สามารถร่วมกันอธิบายการเปลี่ยนแปลงของประสิทธิภาพกระบวนการผลิตด้านอัตราการลดของเสียได้ร้อยละ 22 (Adjusted R2 = .220) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และปัจจัยการบริหารคุณภาพโดยรวมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพกระบวนการผลิตด้านอัตราการลดของเสีย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า (β = .274)
