การวิเคราะห์อิทธิพลของการจัดการเส้นทางอัจฉริยะที่มีต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในธุรกิจขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคเขตกรุงเทพและปริมณฑล
คำสำคัญ:
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, เทคโนโลยีเทเลเมติกส์, ทักษะสีเขียวบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในช่วงเวลาการจัดส่งที่แตกต่างกัน และ 2. เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยด้านการจัดการขนส่ง ได้แก่ ระยะทางขนส่ง เวลาเครื่องยนต์เดินเบา และระดับการใช้เทคโนโลยีการจัดการเส้นทางอัจฉริยะที่มีต่อปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูลจากระบบ Telematics โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ เที่ยววิ่งรถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในพื้นที่ศึกษา และกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 เที่ยววิ่ง ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามช่วงเวลาการจัดส่ง (Stratified Sampling) แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเครื่องมือการวิจัยมาวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ช่วงเวลาการจัดส่งที่แตกต่างกันส่งผลต่อปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยช่วงเวลาเร่งด่วนมีการปล่อยสูงที่สุด รองลงมาคือช่วงนอกเวลาเร่งด่วน และต่ำที่สุดในช่วงเวลากลางคืน และ 2) ปัจจัยด้านระยะทางขนส่ง เวลาเครื่องยนต์เดินเบา และระดับการใช้เทคโนโลยีการจัดการเส้นทางอัจฉริยะ มีอิทธิพลต่อปริมาณการปล่อย CO2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการปล่อย CO2 ได้ร้อยละ 78.4 (R² = .784) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การบริหารช่วงเวลาการจัดส่งร่วมกับการใช้เทคโนโลยีเส้นทางอัจฉริยะและการควบคุมเวลาเครื่องยนต์เดินเบา เป็นแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคโลจิสติกส์ งานวิจัยนี้จึงเสนอให้ผู้ประกอบการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กับการพัฒนาทักษะสีเขียว (Green Skills) ของพนักงานขับรถ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการพัฒนาโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน
