ปัจจัยด้านการจัดการองค์การและความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อสมรรถนะแรงงานโลจิสติกส์ จังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
การจัดการองค์การ, เทคโนโลยีสารสนเทศ, สมรรถนะแรงงานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับการจัดการองค์การและความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรด้านโลจิสติกส์ในจังหวัดปทุมธานี และ 2. เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของการจัดการองค์การและความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสมรรถนะแรงงานโลจิสติกส์ในจังหวัดปทุมธานี เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ จำนวน 384 คน ที่มีความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 และใช้วิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการจัดการองค์การและความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรโลจิสติกส์ในจังหวัดปทุมธานี พบว่า ระดับการจัดการองค์การและความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรโลจิสติกส์ในจังหวัดปทุมธานีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 4.12, S.D. = 0.58) สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรโลจิสติกส์ในพื้นที่มีการบริหารจัดการองค์การและการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระดับที่ค่อนข้างสูงและมีความพร้อมในการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล และ 2) อิทธิพลของการจัดการองค์การและความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสมรรถนะแรงงาน โลจิสติกส์ จังหวัดปทุมธานี พบว่า ตัวแปรอิสระทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความรู้ด้านโลจิสติกส์และดิจิทัล (X1) ทักษะการทำงานและการใช้เทคโนโลยี (X2) คุณลักษณะเฉพาะบุคคล (X3) และความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี (X4) สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรตามได้ร้อยละ 64.2 (R² = 0.642) และเมื่อปรับค่าความคลาดเคลื่อนแล้วพบว่ามีค่า Adjusted R² เท่ากับ 0.631 แสดงให้เห็นว่าโมเดลมีความสามารถในการอธิบายตัวแปรตามอยู่ในระดับดี นอกจากนี้ ผลการทดสอบความเหมาะสมของโมเดลโดยใช้ค่าสถิติ F พบว่าโมเดลมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 128.75, Sig. = 0.000) ซึ่งสะท้อนว่า ตัวแปรอิสระอย่างน้อยหนึ่งตัวมีอิทธิพลต่อตัวแปรตามอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
