ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

ผู้แต่ง

  • เปมิกา วิวัฒนพงศ์พันธ์ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2

คำสำคัญ:

ปัญหาทางกฎหมาย, การใช้ปัญญาประดิษฐ์, การกระทำความผิด

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และหลักการเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด 2. เพื่อศึกษามาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดของต่างประเทศ และประเทศไทย 3. เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด และ 4. เพื่อศึกษาเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยทำการศึกษาวิจัยจากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ เอกสารรายงานการวิจัย การประชุม การสัมมนา วิทยานิพนธ์และบทความทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเอกสารต่าง ๆ มาวิเคราะห์แบบเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในสังคมร่วมสมัยได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารกิจการสาธารณะอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในมิติทางกฎหมายซึ่งถูกออกแบบขึ้นบนฐานแนวคิดที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ ในการเรียนรู้ วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เองในระดับหนึ่ง ทำให้รูปแบบการกระทำความผิดมีความซับซ้อน แฝงเร้น และขยายผลได้ในวงกว้างมากขึ้น จนกลไกการบังคับใช้กฎหมายแบบดั้งเดิมไม่อาจรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) พบว่า ประกอบด้วย (1) คำนิยามเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ในประเด็นนี้ประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยบทบัญญัติที่ในมาตรา 5 มาตรา 7 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว และ (2) ผู้ใช้ ผู้พัฒนา และเจ้าของระบบใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ ในประเด็นนี้พบว่าประมวลกฎหมายอาญาวางหลักความรับผิดทางอาญาไว้โดยยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางอย่างชัดเจน โดย มาตรา 2 บัญญัติหลักว่าจะลงโทษผู้ใดในทางอาญาไม่ได้ เว้นแต่การกระทำนั้นมีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และมาตรา 59 กำหนดให้ความรับผิดทางอาญาต้องประกอบด้วยการกระทำโดยเจตนาหรือประมาท 3) ความรับผิดในกรณีใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดในประเด็นนี้พบว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วางหลักว่าจะลงโทษผู้ใดในทางอาญาไม่ได้เว้นแต่การกระทำนั้นมีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และมาตรา 59 กำหนดให้ความรับผิดต้องประกอบด้วยเจตนาหรือประมาท อันเป็นสภาพจิตใจที่กฎหมายรับรองเฉพาะในตัวมนุษย์เท่านั้น ส่งผลให้ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งไม่มีจิตสำนึกและไม่อาจมีเจตนาหรือประมาทตามความหมายของกฎหมาย ไม่อาจเป็นผู้กระทำความผิดได้โดยตรง และ 4) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด พ.ศ. .... ประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้ (1) คำนิยาม (2) บททั่วไป (2) คณะกรรมการกำกับดูแล (3) หน้าที่ของผู้ให้บริการ (5) ความผิดฐานใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือและความรับผิด (6) การคุ้มครองสิทธิ (7) ความรับผิดของนิติบุคคลและโทษทางปกครอง     

ประวัติผู้แต่ง

เปมิกา วิวัฒนพงศ์พันธ์, ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2

ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-15