ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในคดีการค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศไทย
คำสำคัญ:
การค้ามนุษย์, ช่องทางออนไลน์, หลักฐานดิจิทัลบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักการ เกี่ยวกับความผิดฐานการค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ 2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายสหรัฐอเมริกา สาธรณรัฐสิงคโปร์ และประเทศไทยเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ 3. เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานการค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ และ 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหากฎหมายไทยเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีวิจัยเอกสาร เพื่อรวบรวมข้อมูลจากตัวบทกฎหมาย คำพิพากษา ตำรา บทความวิชาการ วิทยานิพนธ์ เอกสารการประชุม และแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่เชื่อถือได้ เพื่อนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการวิจัยอย่างเป็นระบบ ผลการวิจัยพบว่า 1) การนำหลักการมาวิเคราะห์และอธิบายปรากฏการณ์การค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ชี้ให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวมีความซับซ้อนและเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การขาดความรู้ด้านดิจิทัล ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของสังคม 2) กฎหมายการค้ามนุษย์ของประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสิงคโปร์ มีความคล้ายคลึงกันในการนิยามความผิดและลงโทษ แต่แตกต่างในรายละเอียด เช่น ประเทศไทยมีบทยกเว้นโทษกรณีความยากจน และเพิ่มโทษตามสถานะผู้กระทำ ขณะที่สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสิงคโปร์เน้นเพิ่มโทษเมื่อมีการลักพาตัวหรือใช้ความรุนแรง 3) การบังคับใช้กฎหมายค้ามนุษย์ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการตีความถ้อยคำในมาตรา 6 และ 9 การพิสูจน์ความผิดในกรณีผู้เสียหายยินยอม การจำแนกผู้สมคบ และข้อจำกัดด้านการเก็บหลักฐานดิจิทัล รวมถึงการคุ้มครองพยาน และ 4) เสนอแก้ไขกฎหมายหลักหลายฉบับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามการค้ามนุษย์ในยุคดิจิทัล โดยเน้นการขยายความผิด ตามมาตรา 6 และ 9 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ให้ครอบคลุมการกระทำผ่านสื่อออนไลน์ รวมถึงปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 เพื่อช่วยเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
