แนวทางการพัฒนากระบวนการตัดสินใจในการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4

ผู้แต่ง

  • ระฟ้า มูลสาร นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

คำสำคัญ:

แนวทางการพัฒนา, กระบวนการตัดสินใจ, ผู้บริหารสถานศึกษา

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพการใช้กระบวนการตัดสินใจในการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 4 2. เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการตัดสินใจในการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 4 จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ ในการทำงาน และขนาดของสถานศึกษา และ 3. เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนากระบวนการตัดสินใจในการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 4 เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มีเครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ทั้งหมด 335 คน ที่มาจากการคำนวนขนาดการใช้ตารางสำเร็จรูปกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) และกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 3 คน ที่มาจากการเลือกแบบเจาะจง แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การหาค่าความเที่ยงของเนื้อหา การหาค่าความเชื่อมั่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ตามวิธีการ LSD แล้วนำข้อมูลที่ได้จากแบบสัมภาษณ์มาวิเคราะห์แบบเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพการใช้กระบวนการตัดสินใจในการบริหาร โดยภาพรวมรายด้านอยู่ในระดับมาก (x̅= 4.20, SD=0.42) 2) ผลการเปรียบเทียบกระบวนการตัดสินใจในการบริหาร จำแนกตามตำแหน่ง และจำแนกตามขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวมพบว่า ไม่แตกต่างกัน จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 มีเพียงด้านเดียว คือ ด้านการนำการตัดสินใจไปใช้ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) แนวทางการพัฒนากระบวนการตัดสินใจ การใช้กระบวนการตัดสินใจในการบริหาร คือ การนิยามปัญหาในสถานศึกษาควรชัดเจน รอบด้าน และอิงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ โดยผ่านการวิเคราะห์ร่วมกันในกระบวนการ PLC เพื่อให้เห็นสาเหตุและบริบทอย่างเป็นระบบ การขยายตัวเลือกควรอาศัยข้อมูลที่หลากหลายและเปิดรับความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความยั่งยืน การประเมินทางเลือกต้องพิจารณาผลกระทบ ข้อดี–ข้อเสีย ความเหมาะสม และความเสี่ยง โดยยึดหลักความถูกต้องตามระเบียบและประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร การตัดสินใจควรเปิดโอกาสให้บุคลากรและผู้เชี่ยวชาญมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและยอมรับร่วมกัน การนำการตัดสินใจไปใช้ต้องมีการชี้แจง มอบหมายหน้าที่ วางแผนเป็นขั้นตอน และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ควรประเมิน ปรับปรุงแนวทางใหม่ และชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกันเพื่อให้การแก้ปัญหาบรรลุวัตถุประสงค์

ประวัติผู้แต่ง

ระฟ้า มูลสาร, นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-25