การพัฒนากฎหมายเพื่อการจัดตั้งแผนกคดีบัญชีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
คำสำคัญ:
การพัฒนากฎหมาย, การจัดตั้งแผนกคดีบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพการณ์แห่งปัญหาและผลกระทบของการจัดรูปแบบองค์กรของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ผ่านมาในอดีตและปัจจุบัน และ 2. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบโครงสร้าง บุคลากร อำนาจหน้าที่ฐานความผิดที่ต้องนำสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแผนกคดีบัญชี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ โดยกลุ่มเป้าหมายการวิจัย จำนวน 16 คน ที่มาจากการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้บริหารระดับนโยบายของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 2 คน กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้พิพากษา ตุลาการ อัยการ 3 คน กลุ่มที่ 3 กลุ่มหน่วยงานที่รับเรื่องต่อจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 4 คน กลุ่มที่ 4 กลุ่มหน่วยรับตรวจ จำนวน 5 คน กลุ่มที่ 5 กลุ่มนักวิชาการ จำนวน 2 คน แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสัมภาษณ์และเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาวิเคราะห์แบบเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดตั้งองค์กรของ สตง.ที่ผ่านมาไม่สามารถลดปัญหาการทุจริตได้ และมีปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคดีที่ส่งไปถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐที่ต้องไปเริ่มทำการไต่สวนและสอบสวนใหม่อีกครั้งทั้ง ๆ ที่การสอบสวนการกระทำผิดนั้นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงทำให้คดีเกิดความล่าช้าและซ้ำซ้อนกัน หากมีการจัดรูปแบบองค์กรของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ หากเสนอเรื่องเกี่ยวกับคดีบัญชีที่มีการทุจริตตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบให้ได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีอย่างรวดเร็ว จึงควรจัดตั้งศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีบัญชีโดยเฉพาะ และ 2) การบัญญัติกฎหมายเพื่อการจัดตั้งแผนกคดีบัญชีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดให้มีแก้ไขเพิ่มเติมเป็นหมวดแผนกคดีบัญชีในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นกฎหมายรองรับ และให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติดังกล่าวในมาตรา 3 และหมวด 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 เพื่อเป็นกฎหมายรองรับการจัดตั้งศาลดังกล่าว
