การบริหารความขัดแย้งในสังคมไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
สถาบันครอบครัว และสถาบันชุมชน มีการอบรมเลี้ยงดูต่างกัน ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมแตกต่างกัน จึงทำให้ความเชื่อ ความศรัทธา อุดมคติและค่านิยมที่แตกต่างกันและอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งจึงควรมีทักษะด้านความรู้ เทคนิคและวิธีการแก้ไขความขัดแย้งที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ โดยการพิจารณาให้กว้างและลึกถึงสาเหตุของความขัดแย้ง คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มพลังอำนาจต่างๆที่มีอยู่ในสังคม ด้วยการใช้กระบวนการแก้ไขปัญหาและสร้างความปรองดองที่ทุกฝ่ายในสังคมให้การยอมรับและภายใต้บรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตย โดยการน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานไว้ ได้แก่ ความสามัคคี ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกัน ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน มีความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน ปรึกษาหารือด้วยการใช้ปัญญา ร่วมคิด ร่วมทำ รู้จักการให้ความรัก ความเมตตาต่อกัน มีน้ำใจไมตรี ให้อภัย ไม่ถือโทษโกรธเคืองกัน ให้การสงเคราะห์ อนุเคราะห์ โดยการมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจ โดยตั้งอยู่บนความเที่ยงธรรมความถูกต้อง มีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเคารพนับถือและการให้เกียรติมนุษย์ มีความจริงใจ ใช้หลักวิชาและความปรองดองด้วยการใช้ปัญญา ซึ่งเป็นการป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นและสามารถบริหารความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.