การพัฒนาฐานข้อมูลปราชญ์ท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์

Main Article Content

ไชยรัตน์ ปัญญาเอก
พระครูสาธุกิจโกศล
เอกรัตน์ มาพะดุง

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การวิจัยเรื่อง การพัฒนาฐานข้อมูลปราชญ์ท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาและพัฒนาฐานข้อมูลปราชญ์ท้องถิ่นและองค์ความรู้ของปราชญ์ท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์ 2) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาในรูปแบบการนำเสนอและถ่ายทอดรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นแบบอย่างการเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ 3) เพื่อสร้างระบบการนำองค์ความรู้ที่ได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) งานวิจัยนี้ใช้วิธีศึกษาโดยวิจัยเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์และการใช้ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญเป็นปราชญ์ผู้ทรงภูมิความรู้ในชุมชนชุมชน จำนวน 29 คน คือ ปราชญ์ด้านเกษตรกรรมและเศรษฐกิจพอเพียงจำนวน 11 คน ปราชญ์ด้านศาสนาประเพณีและพิธีกรรมจำนวน 2 คน ปราชญ์ด้านดนตรีพื้นเมืองจำนวน 2 คน ปราชญ์ด้านจักสานจำนวน 3 คน ปราชญ์ด้านสมุนไพรจำนวน 6 คน ปราชญ์ด้านผ้าไหมจำนวน 5 คน ได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 3 ขั้นตอน ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้แก่ 1) วิเคราะห์และพัฒนาฐานข้อมูลปราชญ์ท้องถิ่นและองค์ความรู้ของปราชญ์ท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์ 2) วิเคราะห์หลักถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาในรูปแบบการนำเสนอและถ่ายทอดรูปแบบต่างๆเพื่อเป็นแบบอย่างการเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ 3) วิเคราะห์และสร้างระบบการนำองค์ความรู้ที่ได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต


            ผลการวิจัยพบว่า ฐานข้อมูลปราชญ์ท้องถิ่นและองค์ความรู้ของปราชญ์ท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์ชุมชนท้องถิ่นเป็นถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของคนที่มีความเกี่ยวพันกับสภาพทางภูมิศาสตร์และระบบความสัมพันธ์ในสังคมซึ่งอิงอาศัยความเอื้ออาทรความผูกพัน และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อเป็นเครื่องดำเนินการเพื่อให้มีชีวิตที่ดีร่วมกันการพัฒนาชุมชนเป็นการเสริมสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมให้แก่ท้องถิ่นการพัฒนาชุมชนมีอยู่ด้วยกันหลายด้านทั้งการเมืองเศรษฐกิจและสังคมการนำภูมิปัญญามาใช้ประโยชน์ในการชีวิตจนประสบผลสำเร็จสามารถถ่ายทอดเชื่อมโยงคุณคาของอดีตกับปัจจุบันได้อย่างเหมาะสมบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นอย่างดีจะถูกเรียกว่าผู้รู้หรือปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้ที่มีองค์ความรู้เป็นลักษณะเฉพาะของตนเองสามารถพัฒนาความรู้และปรับปรุงจนเกิดทักษะความชำนาญและนำมาประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมกับยุคสมัยและถ่ายทอดความรู้ต่างๆการนำวิธีการจัดการความรู้มาใช้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการพัฒนาคลังความรู้ในการรวบรวมจัดเก็บเพื่อให้ทุกคนในชุมชนสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะส่งผลให้ชุมชนมีความสามารถในการประกอบอาชีพและมีวิถีชีวิตที่ดีงามสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น


            ผลการวิจัยพบว่า การถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาในรูปแบบการนำเสนอและถ่ายทอดรูปแบบต่างๆเพื่อเป็นแบบอย่างการเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้พบว่าความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลเกิดจากประสบการณ์ เป็นผลมาจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ยาวนานและสั่งสม ทดลองใช้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งมีความสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรม ประเพณีและเกิดประโยชน์ต่อชุมชน ส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นความรู้ชัดแจ้ง เป็นความรู้ที่ถ่ายทอดออกมาจากตัวบุคคลโดยวิธีการต่างๆ ความรู้ประเภทนี้จะต้องผ่านกระบวนการศึกษาและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันทีซึ่งต้องอาศัยกระบวนการจัดการความรู้เข้าไปดำเนินการ


            ผลการวิจัยพบว่า ระบบการนำองค์ความรู้ที่ได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตพบว่าข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน นำมาเก็บรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลที่ประกอบกันเป็นฐานข้อมูลนั้น ต้องตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานขององค์กรด้วยเช่นกัน เช่น ในสำนักงานก็รวบรวมข้อมูล ตั้งแต่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่มาติดต่อจนถึงการเก็บเอกสารทุกอย่างของสำนักงาน ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะมีส่วนที่สัมพันธ์กันและเป็นที่ต้องการนำออกมาใช้ประโยชน์ต่อไปภายหลัง ข้อมูลนั้นอาจจะเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของสถานที่หรือเหตุการณ์ ใด ๆ ก็ได้ที่เราสนใจศึกษา หรืออาจได้มาจากการสังเกต การนับหรือการวัดก็เป็นได้ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข ข้อความ และรูปภาพต่างๆก็สามารถนำมาจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลได้ และที่สำคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะเราต้องการนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ไชยรัตน์ ปัญญาเอก, พระครูสาธุกิจโกศล, & เอกรัตน์ มาพะดุง. (2021). การพัฒนาฐานข้อมูลปราชญ์ท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์. วารสารมหาจุฬาตานี ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 3(5), 8–16. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/mcupnpbcr/article/view/249938
ประเภทบทความ
Research Articles
ประวัติผู้แต่ง

พระครูสาธุกิจโกศล, ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์

ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์

เอกรัตน์ มาพะดุง, อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์

อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์