โมเดลการสอนเน้นการพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูง ผ่านการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหาสำหรับชั้นเรียนประถมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโมเดลการพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงผ่านการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหา รูปแบบการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การสนทนากลุ่ม การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและกรณีศึกษา การวิจัยมี 2 ระยะ คือ 1) การสร้างโมเดลสมมติฐานการพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงผ่านการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ ร่างโมเดลฯ และประเด็นการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และ 2) การทดลองใช้โมเดลสมมติฐานการพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงผ่านการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครู นักศึกษาครูและนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ใน การเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ เครื่องบันทึกวีดิทัศน์ เครื่องบันทึกเสียง กล้องภาพนิ่ง แบบสัมภาษณ์และแบบบันทึกภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า โมเดลการพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงผ่านการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหา มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ครูนำเสนอสถานการณ์ปัญหาที่มีองค์ประกอบของบริบทและเงื่อนไขในรูปของคำสั่ง นักเรียนทำความเข้าใจและยอมรับปัญหานั้นให้กลายเป็นปัญหาของตนเองด้วยการพิจารณาเงื่อนไข (2) ครูสังเกต เรียงลำดับ และคัดเลือกวิธีการคิดของนักเรียนเพื่อออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนลงมือแก้ปัญหาโดยใช้วิธีการคิดของตนเอง (3) นักเรียนนำเสนอวิธีการคิดของตนเอง ครูอภิปรายและเปรียบเทียบวิธีการคิดที่เกิดขึ้นทั้งหมดในชั้นเรียน โดยที่นักเรียนได้มีการเปรียบเทียบวิธีการคิดของตนเองกับของเพื่อน และร่วมกันอภิปรายถึงข้อดีหรือข้อจำกัดของวิธีการคิดเหล่านั้น และ (4) ครูสรุปวิธีการคิดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขณะที่นักเรียนสรุปวิธีการคิดให้เป็นหลักการ กฎ หรือขั้นตอน ที่จะไปใช้ในการเรียนรู้หรือแก้ปัญหาในอนาคต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Lewis, A., & Smith, D. (1993). Defining higher order thinking. Theory into Practice, 32, 131-137.
Inprasitha, M. (1997). Problem solving a basis to reform mathematics instruction. The Journal of the National Research Council of Thailand, 29, 221-259.
ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์. (2564). การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิด (Thinking Skills): Thailand Lesson Study and Open Approach. มหาวิทยาลัยทักษิณ.
Garofalo, J., & Lester, F. K. (1985). Metacognition, cognitive monitoring, and mathematical performance. Journal for Research in Mathematics Education, 16(3), 163–176.
Schoenfeld, A.H. (2017). Learning to think mathematically: problem solving, metacognition, and sense making in mathematics. Journal of Education, 196(2), 1-38.
Lester, F. K. (1994). Musings about mathematical problem-solving research 1970-1994. Journal for Research in Mathematics Education, 25, 660-675.
ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์, เพ็ญณี แนรอท, เจียมศักดิ์ ตรีศิริรัตน์, เอื้อจิตร พัฒนจักร, และถนอมวรรณ ประเสริฐเจริญสกุล. (2546). การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียนโดยเน้นกระบวนการทางคณิตศาสตร์. ขอนแก่นการพิมพ์.
คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา. (2562). แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Stigler, J. & Heibert, J. (1999). The teaching gap: best ideas from the world’s teacher for improving education in the classroom. Free press.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล ปี 2563 (IMD 2020). บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด.
ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์. (2565). กระบวนการแก้ปัญหาในคณิตศาสตร์ระดับโรงเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 2). บริษัท ไอ-ปริ๊น ดีไซน์ จำกัด.
สุดาทิพย์ หาญเชิงชัย, จุฬาลักษณ์ ใจอ่อน, และวิภาพร สุทธิอัมพร. (2566). รายงานการวิจัยการปฏิรูปการสอนที่เน้นการพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงในเขตพื้นที่อันดามัน. มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.
Isoda, M. & Katagiri, S. (2012). Monograph on lesson study for teaching mathematics and sciences Vol.1: mathematical thinking: how to develop it in the classroom. World Scientific Printers.
Becker, J. P. & Shimada, S. (1997). The open-ended approach: a new proposal for teaching mathematics. NCTM.
Inprasitha, M. (2022). Lesson study and open approach development in Thailand: a longitudinal study. International Journal for Lesson and Learning Studies, 11(5), pp. 1-15.
Hamzah, H., Hamzah, M. I., & Zulkifli, H. (2022). Systematic literature review on the elements of metacognition-based higher order thinking skills (hots) teaching and learning modules. Sustainability, 14(2), 813.
Sternberg, R.J. & Downing, C. (1982). The development of higher-order reasoning in adolescence. Child Development, 53(1), 209-221.
Mirzaee, S., Maftoon, P. (2016). An examination of Vygotsky’s socio-cultural theory in second language acquisition: the role of higher order thinking enhancing techniques and the EFL learners’ use of private speech in the construction of reasoning. Asian-Pacific Journal of Second and Foreign Language Education, 18(1), 1-25.
Nagarajan, A., & Sen, A. (2022). Can bloom’s higher order thinking skills be achieved by gamified learning through social networking sites (SNS) like Facebook? Interaction Design and Architecture(s), 53, 144-160.
Byrnes, J. (2008). Cognitive development and learning in instructional contexts (3rd ed.). Pearson.
Schoenfeld, A. (1992). Learning to think mathematically: Problem solving, metacognition, and sense making in mathematics. In D.A. Grouws (Ed.), Handbook of research on mathematics teaching and learning (pp. 165-197). MacMillan.
ชาย โพธิสิตา. (2556). ศาสตร์และศิลป์การวิจัยเชิงคุณภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 6). อมรินทร์พริ้นติ้ง.