พฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัวและแนวทางในการบำบัดฟื้นฟูที่เหมาะสมของผู้ต้องขังที่ใช้สารเสพติดในเรือนจำกลางขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
พฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัวยังคงเป็นปัญหาในสังคมไทยในปัจจุบันและมีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง การศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและลักษณะพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของผู้ต้องขังที่ใช้สารเสพติดในเรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อศึกษากลไกเชิงสาเหตุที่นำไปสู่การเกิดพฤติกรรมรุนแรงในครอบครัว และเพื่อเสนอแนวทางในการบำบัดฟื้นฟูที่เหมาะสมในการป้องกันพฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัวของผู้ต้องขัง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ต้องขังและบุคคลซึ่งมีประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานทั้งในและนอกหน่วยงาน รวมทั้งญาติผู้ต้องขัง จำนวน 21 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเชิงลึกที่มีการวางแผน โดยเครื่องมือที่ใช้เป็นแบบกึ่งโครงสร้าง โดยผู้วิจัยใช้เกณฑ์การหยุดเก็บข้อมูลเมื่อข้อมูลถึงจุดอิ่มตัว วิเคราะห์ข้อมูลเนื้อหาประกอบบบริบท
ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของผู้ต้องขัง ได้แก่ ความรุนแรงทางด้านร่างกาย ความรุนแรงทางคำพูดและจิตใจ การกักขังและจำกัดสิทธิเสรีภาพ และความรุนแรงต่อทรัพย์สิน โดยมีสาเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ได้แก่ ปัจจัยด้านตัวบุคคล ปัจจัยด้านการออกฤทธิ์ของสารเสพติด ปัจจัยด้านจิตวิทยา และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมทางสังคม สำหรับแนวทางในการบำบัดฟื้นฟูที่เหมาะสม ประกอบด้วย 1) แนวทางระดับบุคคล ทั้งในระยะในเรือนจำ ระยะเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และระยะหลังพ้นโทษ 2) แนวทางระดับครอบครัว 3) แนวทางระดับชุมชน และ 4) แนวทางระดับชาติ ทั้งนี้การนำแนวทางไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งการเฝ้าระวัง ช่วยเหลือ ป้องกัน บำบัดฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจผู้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง และปรับพฤติกรรมผู้กระทำรุนแรงเพื่อไม่ให้กระทำรุนแรงซ้ำอีกอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2568). รายงานการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ประจำปีงบประมาณ 2568. กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กันยปริณ ทองสามสี และอิสระ ทองสามสี. (2562). ผลของความรุนแรงในครอบครัวจากการดื่มสุรา: บทวิเคราะห์ข่าวหนังสือพิมพ์ระหว่างปี 2554-2558. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 10(1), 223-241.
ชลาศัย กันมินทร์. (2562). ความรุนแรงในครอบครัว: ปัญหาและแนวทางป้องกัน. ใน รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ. มหาวิทยาลัยรังสิต.
ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์ และกัญญ์ฐิตา ศรีภา. (2562). สภาพการณ์ความรุนแรงในครอบครัวและการพัฒนาบทบาทหน้าที่ของตำรวจในการรับมือปัญหาความรุนแรง : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 9. วารสารพยาบาลตำรวจ, 11(2), 326-338.
บุญเสริม หุตะแพทย์. (2545). ความรุนแรงในครอบครัว: สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
รัติการณ์ กอมขุนทด. (2568). การพยาบาลผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีนที่มีอาการร่วมทางจิตเวชและมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง: กรณีศึกษา. วารสารวิชาการสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, 7(1), 164-177.
เรือนจำกลางขอนแก่น. (2568). รายงานสถิติผู้ต้องขังคดียาเสพติดและคดีความผิดต่อชีวิตและร่างกาย ประจำปีงบประมาณ 2566–2568. กรุงเทพฯ: กรมราชทัณฑ์.
สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2561). กรอบแนวทางในการป้องกันอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: กระทรวงยุติธรรม.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2568). รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. กรุงเทพฯ: กระทรวงยุติธรรม.
สุมนทิพย์ จิตสว่าง. (2566). ความรุนแรงในสังคมไทย. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 8(12), 481-499.
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Cohen, L. E., & Felson, M. (1979). Social change and crime rate trends: A routine activity approach. American Sociological Review, 44(4), 588–608. doi.org
Connell, R. W. (2005). Masculinities. (2nd ed.). University of California
Press. Freud, S. (1923). The ego and the id. Hogarth Press.
Gelles, R. J. (1983). An exchange/social control theory. In D. Finkelhor, R. J. Gelles, G. T. Hotaling, & M. A. Straus (Eds.), The dark side of families: Current family violence research (pp. 151–165). SAGE Publications.
Goffman, E. (1963). Stigma: Notes on the management of spoiled identity. Prentice-Hall.
Gottfredson, M. R., & Hirschi, T. (1990). A general theory of crime. Stanford University Press.
Goldstein, P. J. (1985). The drugs/violence nexus: A tripartite conceptual framework. Journal of Drug Issues, 15(4), 493–506. doi.org
Hirschi, T. (1969). Causes of delinquency. University of California Press.
Lindi, C., Caroline, B., Greville, L., & Sandra, T. (2023). Addressing intimate partner and family violence in a Western Australian regional centre: A study of local social workers’ knowledge, attitudes and practices. International Social Work, 66(4), 1184-1199.
Shaw, C. R., & McKay, H. D. (1942). Juvenile delinquency and urban areas. University of Chicago Press.
World Health Organization. (2023). Global, regional, and national prevalence estimates for intimate partner violence against women and non-partner sexual violence against women. who.int.