การประเมินความจําเป็นในการให้แพทย์สามารถยุติชีวิตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายในประเทศไทย

Main Article Content

บุญภิชา ภูศรี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อประเมินความจําเป็นในการให้แพทย์สามารถยุติชีวิตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก มีผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ บุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วยแพทย์ และพยาบาล และบุคลากรทางด้านนโยบาย ประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนจากพรรคการเมือง และผู้แทนจากคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎรรวม 23 คน โดยนํามาวิเคราะห์ เปรียบเทียบความเหมือน ความต่าง และความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยใช้ทฤษฎีการประเมินความจำเป็นของ Peter H. Rossi ผลการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันการยุติชีวิตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายยังคงไม่มีความจำเป็น แต่ยังคงต้องมีการศึกษาสำหรับในอนาคต หรือควรอยู่ในรูปแบบของการเป็นตัวเลือก เนื่องจากแนวโน้มของปัญหามีสถานการณ์ที่จะเพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากสถิติสาธารณสุข ที่พบว่าผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมีจำนวนมากขึ้นและคาดการณ์อีกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะรุนแรงมากขึ้น จากความเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่า บุคลากรทางการแพทย์ แม้จะมีความเห็นที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อการยุติชีวิตผู้ป่วย แต่ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ไม่ได้ขัดขวางกระบวนดังกล่าว เหตุเพราะด้วยสภาพสังคมและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การยุติชีวิตตัวเองของผู้ป่วยภายใต้ความช่วยเหลือของแพทย์ อาจจะเป็นหนึ่งในวิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายในอนาคต บุคลากรทางด้านนโยบาย ส่วนใหญ่มองว่าการยุติชีวิตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะต่อต้าน เพียงแต่อยากให้ศึกษาจนครบถี่ถ้วนก่อน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Dickens, B. M., Boyle, J. M., & Ganzini, L. (2008). Euthanasia and assisted suicide. In A. M. Viens & P. A. Singer (Eds.), The Cambridge textbook of bioethics (pp. 72–

. Cambridge, UK: Cambridge University Press.

healthstation. (2565). การดูแลแบบประคับประคองกับสิทธิการรักษาพยาบาล 3 กองทุน

และการประกันสุขภาพภาคเอกชน. จาก

https://main.healthstation.in.th/news/show/165

Montagna, G., Junker, C., Elfgen, C., Schneeberger, A. R., & Güth, U. (2022).

Assisted suicide in patients with cancer. ESMO Open, 7(1), 100349.

Rossi, P. H., Lipsey, M. W., & Henry, G. T. (2019). Evaluation: A systematic

approach (8th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.

The Guardian. (2019). Cancer patient the first to die under Victoria’s euthanasia

law. The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/australia-news/2019aug/04/cancer-patient-is-first-to-die-under-victoria-euthanasia-law

University of Missouri School of Medicine. (n.d.). Euthanasia. Retrieved from https://medicine.missouri.edu/centers-institutes-labs/health-thics/faq/euthanasia

กระทรวงสาธารณสุข. (2565). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2564. จาก

https://spd.moph.go.th/public-health-statistics/

วราทิพย์ ทองเดช, บุษบา คล้ายมุข, และ พงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. (2563). วิสัญญีกับการกา

รุณยฆาต: ความเหมือนที่แตกต่าง. วิสัญญีสาร, 46(3), 181–185.

วิณิตา วาจาเที่ยง. (2568). ผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ต่อค่าบริการทางสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในระยะสุดท้ายของชีวิต. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์, 16(1).

วิสุทธิ์ สุขบำรุง. (2544). ปัญหาการุณยฆาตตามกฎหมายไทย. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญ

มหาบัณฑิต, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.