ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

Main Article Content

ณธิดา อินทร์แป้น, นริศรา จันทรประเทศ

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาความความเมื่อยล้าในพนักงานขับรถโดยสารประจำทางในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าในพนักงานขับรถโดยสารประจำทางในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป ลักษณะการทำงาน สภาพแวดล้อมการทำงาน และประเมินความรู้สึกเมื่อยล้าเชิงจิตวิสัย และทำการตรวจวัดความเมื่อยล้าของสมองด้วยการวัดความถี่ของแสงกะพริบของสายตา (CFF) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นพนักงานขับรถโดยสารประจำทางในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 185 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาความสัมพันธ์ด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และไคสแควร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05


               ผลการวิจัย พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 85.4 อายุเฉลี่ย 42.21 ปี (SD = 5.12) พนักงานขับรถโดยสารประจำทางมีความรู้สึกเมื่อยล้าเชิงจิตพิสัยหลังปฏิบัติงานโดยรวมมีระดับคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 3.95 คะแนน (SD = 0.44) และความเมื่อยล้าเชิงวัตถุวิสัย มีระดับคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 37.16 คะแนน (SD = 4.10) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าในพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง พบว่า ชั่วโมงการนอน (r = 0.137) ระยะเวลากิจกรรมในการเคลื่อนไหวร่างกายก่อนทำงานในแต่ละวัน (r = 0.132) ระยะเวลาพักแต่ละเที่ยว (r = 0.120) และระยะเวลาการทำงานใน 1 วัน (r = 0.188) มีความสัมพันธ์กับคะแนนความเมื่อยล้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ระดับการศึกษา ( = 7.966, p = 0.043) โรคประจำตัว ( = 2.129, p = 0.045) สภาพเบาะรถโดยสารที่นั่งขับ ( = 4.414, 0.040) สภาพพนักพิงหลังของรถโดยสาร ( = 1.260, 0.032) สภาพของพนักพิงหลัง ( = 0.135, 0.048) และ การมีอาการเจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สบายตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ( = 5.336, p = 0.021) มีความสัมพันธ์กับระดับความเมื่อยล้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 จากผลการวิจัยนี้ควรจัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่ออบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคจากการประกอบอาชีพพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง และควรรณรงค์ส่งเสริมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ รวมถึงการตระหนัก และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางเอง


 

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)