วิเคราะห์เปรียบเทียบการอิมโพรไวส์ของสก็อตต์ ลาฟาโร และมาร์ค จอห์นสัน ในบทเพลงนาร์ดิส ของไมล์ส เดวิส
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบการอิมโพรไวส์ของสก็อตต์ ลาฟาโร และมาร์ค จอห์นสัน จากบทเพลงนาร์ดิส ประพันธ์โดย ไมล์ส เดวิส โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ ลักษณะจังหวะ โครงสร้างแนวทำนอง เสียงประสาน บันไดเสียง เทคนิคการบรรเลง และอื่นๆ จากการวิจัย ทางด้านลักษณะจังหวะที่ปรากฏในโครงสร้างแนวทำนองการอิมโพรไวส์ พบว่า นักบรรเลงเบสทั้ง 2 ท่าน ใช้ลักษณะจังหวะที่มีความหลากหลายในการพัฒนาประโยคเพลง โดยองค์ประกอบสำคัญ ได้พบการใช้รูปแบบโน้ตเขบ็ตหนึ่งชั้น และโน้ตสามพยางค์ ที่เป็นปัจจัยหลักของการพัฒนาโมทีฟ และยังส่งผลทำให้การเคลื่อนแนวทำนองเกิดแนวคิดโพลีริธึม รวมไปถึงการคลาดเคลื่อนของอัตราจังหวะ ซึ่งเป็นวิธีการขยายขอบเขตการบรรเลง รวมไปถึงเป็นวัตถุดิบใหม่ๆ ที่สามารถนำมาพัฒนากับโครงสร้างแนวทำนอง โดยสก็อตต์ ลาฟาโร ได้นำลักษณะจังหวะต่างๆ มาพัฒนากับโครงสร้างแนวทำนอง ที่มีองค์ประกอบของบันไดเสียง และการบรรเลงอาร์เปโจเคลื่อนทำนองแบบเรียงเสียง พร้อมกับการใช้ขั้นคู่เสียงมาสร้างสีสันให้กับแนวทำนอง ในส่วนของมาร์ค จอห์นสัน ได้ปรากฎการใช้ลักษณะจังหวะหลากหลายผสมผสานกับโครงสร้างบันไดเสียง และอาร์เปโจด้วยการเคลื่อนทำนองด้วยขั้นคู่เสียง ทางด้านเสียงประสาน นักบรรเลงเบสทั้ง 2 ท่าน มีการใช้บันไดเสียงที่มีความสัมพันธ์ กับการดำเนินคอร์ด และบันไดเสียงอื่นๆ เพื่อให้เกิดโน้ตส่วนขยายคอร์ด รวมไปถึงโครงสร้างเสียงประสานอื่นๆ ทางด้านเทคนิคการบรรเลงของสก็อตต์ ลาฟาโรและมาร์ค จอห์นสัน มีการใช้เทคนิคโน้ตฮาร์โมนิกส์เพื่อสร้างสีสันให้กับแนวทำนอง ทั้งนี้มาร์ค จอห์นสัน มีการใช้เทคนิคการบรรเลงที่หลากหลายกว่าสก็อตต์ ลาฟาโร และรวมไปถึงพบการอิมโพรไวส์ด้วยแนวคิดการแปรประดับจากทำนองหลักของบทเพลง
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ณัชชา พันธุ์เจริญ. (2552). พจนานุกรมศัพท์ดุริยางค์ศิลป์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เกศ กะรัต.
เด่น อยู่ประเสริฐ. (2553). เอกสารการสอนเรื่องดนตรีแจ๊สและการวิเคราะห์. ปทุมธานี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.
ธีรวัฒน์ ตันบุตร. (2561). “การวิเคราะห์แนวบรรเลงเดี่ยวดับเบิ้ลเบสของ รูฟัส รีดในบทเพลงบอดีแอนด์โซล” วารสารดนตรีรังสิต ปีที่13, ฉบับที่ 1 (มกราคม) : 91-104.
นพดล ถิรธราดล. (2554). วิเคราะห์เปรียบเทียบแนวการเดินเบส และการด้นเบสในดนตรีแจ๊ส ของชาร์ล มิงกัส เรย์ บราวน์ และเอ็ดดี้ โกเมส. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. สาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยมหิดล.
รุ่งธรรม ธรรมการ. (2557). เทคนิคการบรรเลงทรอมโบนของ วายคลิฟ กอร์ดอน ในบทเพลงเชอโรกี. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. สาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต.
ศักดิ์ศรี วงศ์ธราดล. (2555) ทฤษฎีดนตรีแจ๊ส เล่ม 1. กรุงเทพฯ : วงศ์สว่างพับลิชชิ่ง แอนด์ พริ้นติ้ง.
อนันต์ ลือประดิษฐ์. (2545). แจ๊สอิสระภาพทางดนตรีของมนุษยชาติ. กรุงเทพฯ : เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป.
Clark, R. (2014). An Analysis of The Bass Playing of Scott Lafaro as Part of The Bill Evans Trio 1959-1961. Master of Music Massey University.
Helsley, J. D. (2016). The Evolution of The Improvisational Vocabulary of Marc Johnson. Doctor of Musical Arts University of North Texas.
Noble, L., Baron, C., Evans, B., Johnson, M., & Labarbera, J. (2003). The Bill Evans Trio Volume 1 (1959-1961). Milwaukee, WI : Hal Leonard.