การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหาร และ 2)เพื่อเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 1 ตามความเห็นของครู โดยจำแนกตามเพศ ตำแหน่งหน้าที่ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้แนวคิดการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลแบบมีส่วนร่วม เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัยคือ สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 1 กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 249 คน ใช้วิธีกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของทาโร ยามาเน่ และใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่โดยใช้วิธีการของเชฟเฟ่ ผลการวิจัยพบว่า 1.การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 1 โดยภาพรวมและรายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 2.การเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 1 จำแนกตามเพศ ตำแหน่งหน้าที่ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงานโดยภาพรวม และรายด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำไปใช้วางแผนพัฒนาการดำเนินงานการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลแบบมีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในสถานศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชนินทร์ ศรีส่อง และชยากานต์ เรืองสุวรรณ. (2564). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27. วารสารบัณฑิตศึกษา, 18(80),55-67.
ทินกร เผ่ากันทะ และกัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์. (2565). แนวทางการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล.วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, 4(2), 37-45.
ธัญญาภรณ์ นาจำปา. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตภาคกลาง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ดุษฎีนิพนธ์ ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
บุรินทรวรวิทย์วรวิทย์ พ่วนอุ๋ย อนุชิต บูรณพันธ์ และมัทนา วังถนอมศักดิ์. (2565). แรงจูงใจการทำงานใน ยุคปรกติใหม่. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 5(4), 227-244.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. ( 2542).ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 74ก. หน้า 3.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. (2553).ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 127 ตอนที่ 45 ก. หน้า 2.
พระราชวุธ ปญฺญาวชิโร. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วรัญญา ยินดี อัญชิษฐา เชียงนิยม และมัทนา วังถนอมศักดิ์. (2565). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคนิวนอร์มัล. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 5(4), 245-259.
วิศรุต เพ็ชรสีม่วง และเพ็ญนภา สุขเสริม. (2564). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2.วารสารวิชาการวิจัยหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 11(3), 2697-3731.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 1. (2565). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2565. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2566, จากhttp://www.petburi.go.th/web/index.php?option=com_content&view=category&id=65&Itemid=24
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). Harper Collins.
Scheffe, H. (1953). A method for judging all contrasts in the analysis of variance. Biometrika, 40, 87-104.
Swansburg, R. M. (1996). Management and Leadership for Nurse Managers. Jones and Bartlett.
Yamane, T. (1967). Statistics and Introductory Analysis (2nd ed.). Harper and Row