การพัฒนาเกมแอปพลิเคชัน เพื่อส่งเสริมความคงทนในการจำคำศัพท์ HSK ระดับ 2 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้แต่ง

  • พัชรี ปุ่มสันเทียะ สพม.นครสวรรค์
  • Piyamanas Voravitrattanakul มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
  • พัชราวลัย มีทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

DOI:

https://doi.org/10.14456/educu.2024.10

คำสำคัญ:

เกมแอปพลิเคชัน, ความคงทนในการจำคำศัพท์, ภาษาจีน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาคุณภาพของเกมแอปพลิเคชัน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน 3) ศึกษาความคงทนในการจำคำศัพท์ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเกมแอปพลิเคชัน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพเกมแอปพลิเคชัน แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดความคงทนในการจำคำศัพท์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที One-Way ANOVA และค่าร้อยละ

ผลการวิจัย พบว่า 1) คุณภาพของเกมแอปพลิเคชัน ด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก (M= 4.60,
SD= 0.6) ด้านเทคนิคอยู่ในระดับดี (M= 4.27, SD= 0.45) 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความคงทนในการจำคำศัพท์ พบว่าหลังเรียนและหลังเรียน 7 วัน นักเรียนได้คะแนนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ เมื่อทดสอบหลังเรียน 7 วัน และหลังเรียน 30 วัน พบว่านักเรียนได้คะแนนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ค่าเฉลี่ยความคงทนในการจำคำศัพท์หลังเรียน 7 วัน ลดลงไม่เกิน 10% เท่ากับ 9.88 และค่าเฉลี่ยความคงทนในการจำคำศัพท์หลังเรียน 30 วัน ลดลงไม่เกิน 30% เท่ากับ 12.32  
4) ความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมาก (M= 4.38, SD= 0.08)

References

ภาษาไทย

กมลรัตน์ หล้าสุวงษ์. (2541). การศึกษาบุคคลเป็นรายกรณี. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรี

นครินทรวิโรฒประสานมิตร.

ชัยพร วิชชาวุธ. (2540). ความจำมนุษย์. กรุงเทพฯ : ชวนพิมพ์.

บุญศิญา เรืองสมบูรณ์. (2552). ผลของการนำเสนอภาพและข้อความช่วยจำโดยใช้คอมพิวเตอร์ที่มีต่อการระลึกความหมายและลักษณะตัวอักษรคันจิในภาษาญี่ปุ่นของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาโสตทัศนศึกษา) คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พัชรี ปุ่มสันเทียะ สิริณดา เจริญชอบ พัชราวลัย มีทรัพย์ และปิยมนัส วรวิทย์รัตนกุล. (2563).

การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในรายวิชา ภาษาจีน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 48(2) : 184-202.

พิมพร วัฒนากมลกุล และมโนรัตน์ สมคะเนย์. (2564). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้คําศัพท์ภาษาจีนโดยการใช้เกมผ่านแอปพลิเคชัน วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 13(1) : 98-109

รัฐพร ศิริพันธุ์. (2561). แนวทางการเตรียมความพร้อมและวิธีการเรียนสำหรับผู้เริ่มเรียนภาษาจีน.

วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 5(1): 103-112.

วันวิสา ดาดี. (2553). ทฤษฎี Game Based Learning. http://nuybeam.blogspot.com/2010/08/game-based-learning.html

ศศิณัฎฐ์ สรรคบุรานุรักษ์. (2560). สื่อมัลติมีเดียและเทคโนโลยีกับการสอนภาษาจีนในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยศิลปากร. 10(3): 1239-1245.

ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ และวรางคณา ทองนพคุณ. (2556). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ความท้าทายในอนาคต 21st Century Skills : The Challenges Ahead. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. ภูเก็ต

ศูนย์จีนศึกษา. (2551). ความร่วมมือไทย-จีน ด้านการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุภาณี ศรีอุทธา และ สวียา สุรมณี. (2558). การพัฒนาเกมแอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้บนแท็บเล็ต เรื่อง ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์.

อภิเชษฐ์ ขาวเผือก. (2558). การพัฒนาเกมการศึกษาบนแท็บเล็ตโดยใช้เทคนิคช่วยจำเพื่อส่งเสริมความคงทนในการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนวัดสะแกงาม.

การค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ภาษาต่างประเทศ

Ebbinghaus, H. (1913). Memory: A contribution to experimental psychology. (H. A. Ruger & C. E. Bussenius, Trans.). Teachers College Press. https://doi.org/10.1037/10011-000

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2024-03-31

How to Cite

ปุ่มสันเทียะ พ., Voravitrattanakul, P., & มีทรัพย์ พ. (2024). การพัฒนาเกมแอปพลิเคชัน เพื่อส่งเสริมความคงทนในการจำคำศัพท์ HSK ระดับ 2 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 52(1), EDUCU5201010. https://doi.org/10.14456/educu.2024.10