การบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสภาพการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นนทบุรี 2)เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ3) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ดูแลรับผิดชอบงานบริหารความเสี่ยง จำนวน 160 คน เครื่องมือที่ใชัในการวิจัย คือ แบบสอบถามประมาณค่า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา t-test f-test และ Scheffe’s method
ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นนทบุรี โดยรวมอยู่ในระดับมาก (=3.90) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านบริหารงบประมาณ (
= 3.98) ด้านบริหารงานบุคคล (
= 3.91) ด้านบริหารทั่วไป (
= 4.10) และด้านบริหารวิชาการ (
= 3.85) ตามลำดับ 2.ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นการบริหารความเสี่ยง สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นนทบุรี จำแนกตามอายุ ระดับการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน ไม่แตกต่างกัน 3. แนวทางการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรดำเนินการดังนี้ 3.1 ด้านบริหารวิชาการควรมีการมอบหมายงานหรือความรับผิดชอบตามความรู้ ความสามารถของบุคลากร เสริมทักษะและศักยภาพของบุคลากร นิเทศติดตามมีแผนการพัฒนาสถานศึกษาการจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญมีการประชุมด้านวิชาการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนให้ชุมชนที่เกี่ยวข้องกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายของโรงเรียน 3.2 ด้านบริหารงบประมาณ การใช้งบประมาณของสถานศึกษาควรนำหลักธรรมาภิบาลมาบริหารจัดการสถานศึกษามีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างในสถานศึกษามีการดำเนินการตามแผนงาน โครงการ/ กิจกรรมใช้งบประมาณสถานศึกษาอย่างชัดเจนสามารถตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง และมีระบบสารสนเทศและเทคโลยีในการควบคุมได้อย่างมีประสิทธิผล 3.3 ด้านบริหารงานบุคคล ควรสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรที่ทำงานประสบความสำเร็จ การขึ้นเงินเดือน ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องอัตรากำลังคนอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรต่อเนื่องและเป็นระบบสามารถตรวจสอบได้ การทำงานร่วมกันเป็นทีมและสร้างมนุษยสัมพันธ์ในสถานศึกษา 3.4 ด้านบริหารทั่วไป ได้แก่ การบริหารจัดการร่วมกันของบุคลากรสถานศึกษาและกำหนดนโยบายแผนพัฒนา การบริหารจัดการโครงสร้างสถานศึกษาอย่างเป็นระบบทั่วถึง พร้อมมอบหมายหน้าที่การปฏิบัติงานอย่างชัดเจน เน้นรูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของบุคลากร สร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมที่ดี และการจัดอาคาร สถานที่วัสดุอุปกรณ์ให้เพียงพอต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กิตติศักดิ์ ผาลี. (2549). ความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานต่อคุณลักษณะของผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาด้านผู้เรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลยเขต1.วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
เกศสุดา ไกรนารา. (2556)การพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพใต้.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ดวงใจ ช่วยตระกูล. (2551). การบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ธร สุนทรายุทธ. (2550).การบริหารความเสี่ยงทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: เนติกุล.
นฤมล บินหะยีอาวัง. (2553). ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ประจักษ์ ทองแจ่ม. (2550). การศึกษาการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ตามภารกิจของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตรเขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.
ปราณี พรรณวิเชียร. (2552). การบริหารความเสี่ยง. ค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2559, จากhttps://www.eqd.rmutt.ac.th/document/RISK.ppt
ปรีชา จันทวี. (2553). การพัฒนาระบบการประเมินและการควบคุมความเสี่ยงทางการศึกษาสำหรับโรงเรียน : การประเมินแบบเสริมสร้างพลังอำนาจ.วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ไพรวัลย์ คุณาสถิตชัย. (2553). การบริหารความเสี่ยงด้านการเงินของมหาวิทยาลัยขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
มนสิชา แสวัง. (2553). การบริหารความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วินัย เวียงลอ. (2552). การบริหารความเสี่ยงด้านการเงินของโรงเรียนบ้านแม่แฮเหนือ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุมนา เสือเอก. (2553). การบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.(2550). การบริหารความเสี่ยงของสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการประจำปี. ค้นเมื่อ16 มิถุนายน 2559,จาก www.nidtep.go.th/nidtep/articles/plan11.doc.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน).การประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2559, จากhttps://www.onesqa.or.th/onesqa/th/Report/ index.php.
Fleming,M. L.,&Levie, W.H. (1984).Instructional Message Design: Principles from theBehavioral Sciences(4thed.).Englewood Cliffs, NJ: Educational Technology Publications.
Flippo, E. B. (1961). Principles of Personnel Management.New York: McGraw-Hill.
Kotler, P. (1997). Marketing Management: Analysis,Planning, Implementation and Control (9thed.).Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.
Saylor, J.G., Alexander, W. M.,& Lewis, A. J. (1981). Curriculum Planning for Better Teacher and Learning. 4th ed. New York: Holt.
Schiffmand,L. G.,&Kanuk,L. L. (1994). Consumer Behavior(5thed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Taba, H. (1962). CurriculumDevelopment: Theory and Practice.New York: Harcourt, Brace & World.