ปัญหาการกำหนดอัตราโทษและมาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา หรือเมาอย่างอื่นของประเทศไทยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

ผู้แต่ง

  • สิริราช ขันเงิน นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

คำสำคัญ:

อัตราโทษทางอาญา, มาตรการเพื่อความปลอดภัย, ผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และหลักการเกี่ยวกับมาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้กระทำความผิดกรณีขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่น 2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดอัตราโทษทางอาญาและมาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้กระทำความผิดกรณีขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่นของประเทศไทยและต่างประเทศ 3. เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดอัตราโทษทางอาญาสำหรับกรณีผู้ขับขี่ขับยานพาหนะขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่น และ 4. เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขกฎหมายปัญหาเกี่ยวกับมาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้กระทำความผิดกรณีขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่น เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีวิจัยเอกสารจากกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกา ตำรา บทความวิชาการ วิทยานิพนธ์ งานวิจัย และกฎหมายต่างประเทศ แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวคิดเกี่ยวกับการลงโทษทางอาญาในปัจจุบันมิได้มุ่งเน้นเพียงการลงโทษเพื่อตอบแทนการกระทำความผิดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการป้องปราม การคุ้มครองสังคม และการฟื้นฟูพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดควบคู่กันไปตามแนวคิดของกฎหมายอาญาสมัยใหม่และทฤษฎีป้องกันสังคม อย่างไรก็ตาม มาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยเกี่ยวกับการขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่นยังคงเน้นการเพิ่มโทษทางอาญาเป็นหลัก โดยยังขาดมาตรการเพื่อความปลอดภัยเชิงป้องกันและฟื้นฟูพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ไม่สามารถแก้ไขสาเหตุของการกระทำผิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ของประเทศไทยกำหนดให้การขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่นเป็นความผิดอาญา โดยกำหนดโทษจำคุก ปรับ และมาตรการทางปกครอง เช่น การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ แต่ยังคงมุ่งเน้นการลงโทษมากกว่าการป้องกัน ในขณะที่กฎหมายของต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร มีการกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยควบคู่กับโทษทางอาญาอย่างเป็นระบบ เช่น การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดสุรา การประเมินสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ การอบรมความปลอดภัยทางถนน การจำกัดสิทธิในการขับขี่ และการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนสตาร์ทรถ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและคุ้มครองความปลอดภัยของสาธารณชน 3) กฎหมายไทยยังมีปัญหาความไม่ชัดเจนในการตีความคำว่า “ของเมาอย่างอื่น” และ “เมาอย่างอื่น” เนื่องจากไม่มีการกำหนดนิยามไว้โดยชัดแจ้ง ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกรณีสารมึนเมารูปแบบใหม่ เช่น กัญชาและพืชกระท่อม นอกจากนี้ โครงสร้างอัตราโทษยังมีลักษณะกว้างและเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจในการรอการลงโทษได้อย่างกว้างขวาง ทำให้บทลงโทษในทางปฏิบัติไม่สอดคล้องกับระดับความร้ายแรงของพฤติการณ์และผลกระทบต่อสังคม อีกทั้งยังไม่สามารถป้องปรามการกระทำผิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4) ควรปรับปรุงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “ของเมาอย่างอื่น” และ “เมาอย่างอื่น” ให้ครอบคลุมสารทุกประเภทที่มีผลต่อสมรรถนะในการขับขี่ยานพาหนะ ปรับปรุงโครงสร้างอัตราโทษให้สอดคล้องกับระดับความร้ายแรงของการกระทำ และกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยควบคู่กับโทษทางอาญา เช่น การบำบัดรักษาและฟื้นฟูพฤติกรรม การอบรมด้านความปลอดภัยทางถนน การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนสตาร์ทรถ และการจำกัดสิทธิในการขับขี่เป็นรายบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน

ประวัติผู้แต่ง

สิริราช ขันเงิน, นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-21